สำหรับต่างชาติทั่วไป

ประเภท ก. กรณีมีเหตุจำเป็นทางธุรกิจ เช่น จะต้องอยู่ปฏิบัติงานใน บริษัท หรือ ห้างหุ้นส่วน เป็นต้น

ให้อนุญาตครั้งละไม่เกิน 1 ปี

หลักเกณฑ์การพิจารณา

  1. คนต่างด้าวต้องได้รับการตรวจลงตราประเภท คนอยู่ชั่วคราว
  2. คนต่างด้าวต้องมีเงินได้ตามตารางเงินได้แนบท้ายคำสั่งนี้ (ผนวก ก)
  3. ต้องเป็นธุรกิจซึ่งมีทุนจดทะเบียนที่ชำระแล้วไม่ต่ำกว่า 2 ล้านบาท
  4. ธุรกิจนั้นต้องยื่นงบการเงิน ณ วันสิ้นงวดหนึ่งปีบัญชีที่ผ่าน มาที่ได้รับการตรวจรับรองความถูกต้องจากผู้สอบบัญชีรับอนุญาต หรือผู้สอบบัญชีภาษีอากรแล้วแต่กรณี เพื่อแสดงว่าธุรกิจมีความ มั่นคงเชื่อถือได้ มีการประกอบการจริงและมีความต่อเนื่อง โดยพิจารณาจากแนวทางพิจารณาสถานภาพธุรกิจว่ามีการ ประกอบการจริงและมีความต่อเนื่องแนบท้ายคำสั่งนี้ (ผนวก ข)
  5. ธุรกิจนั้นต้องมีอัตราส่วนระหว่างจำนวนคนต่างด้าว กับพนักงานคนไทยประจำในอัตราส่วนคนต่างด้าว 1 คน ต่อพนักงานคนไทยประจำ 4 คน
  6. ธุรกิจประเภทดังต่อไปนี้ ให้ได้รับการยกเว้นหลักเกณฑ์ตามข้อ 3 และ 4 และให้ได้รับการผ่อนผันในเรื่องอัตราส่วนคนไทยตามหลักเกณฑ์ข้อ 5 โดยให้มีพนักงานคนไทยในอัตราส่วนคนต่างด้าว 1 คน ต่อพนักงานคนไทยประจำ 1 คน
           (ก) ธุรกิจการค้าระหว่างประเทศ (สำนักงานผู้แทน)
           (ข) สำนักงานภูมิภาค
           (ค) บริษัทข้ามชาติ (สำนักงานสาขา)

เอกสารประกอบที่ต้องใช้

  1. แบบคำขอ ตม.7
  2. สำเนาหนังสือเดินทางของผู้ยื่นคำขอ
  3. หนังสือรับรองคนต่างด้าวเข้าทำงานตามแบบของสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง
  4. สำเนาใบอนุญาตทำงาน หรือใบรับคำขอกรณีเปลี่ยนสถานประกอบการและใบอนุญาตทำงานยังมีอายุใช้ได้อยู่ เว้นแต่กรณีที่กฎหมายกำหนดไม่ต้องมีใบอนุญาตทำงาน
  5. สำเนาหลักฐานการจดทะเบียนขององค์กรนั้น เช่น หนังสือรับรองการจดทะเบียนบริษัท หรือการจดทะเบียนห้าง หุ้นส่วน ฉบับนายทะเบียนรับรองไม่เกิน 6 เดือน
  6. สำเนาบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้นฉบับนายทะเบียนรับรอง ไม่เกิน 6 เดือน
  7. สำเนางบดุล และงบกำไรขาดทุนปีล่าสุด
  8. สำเนาแบบยื่นรายการภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย ที่มีชื่อพนักงานและชื่อคนต่างด้าวผู้ยื่นคำขอ 3 เดือนล่าสุด พร้อมสำเนาใบเสร็จรับเงิน
  9. สำเนาแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาของคนต่างด้าวผู้ยื่นคำขอปีล่าสุดพร้อมใบเสร็จรับเงิน (ถ้ามี)
  10. แผนที่แสดงสถานที่ทำงานของผู้ยื่นคำขอและภาพถ่าย สถานที่ประกอบการ ภายนอกและภายในขณะเปิดทำการ
  11. เอกสารหรือหลักฐานอื่นตามที่คณะกรรมการติดตามการปฏิบัติราชการของพนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองของสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองกำหนด
  12. ธุรกิจการค้าระหว่างประเทศ (สำนักงานผู้แทน) สำนักงานภูมิภาค และบริษัทข้ามชาติ (สำนักงานสาขา) ไม่ต้องแสดงเอกสารตามข้อ 6 และ 7
  13. ใบอนุญาตให้ประกอบกิจการต่างๆ กรณีธุรกิจนั้นกฎหมายกำหนดให้ต้องมีใบอนุญาต เช่น โรงแรม โรงงาน นำเที่ยว ร้านอาหาร ค้าของเก่า สถานรับเลี้ยงเด็ก เป็นต้น

 หมายเหตุเอกสารนอกเหนือจากการรับรองโดยหน่วยงานของรัฐ ให้กรรมการผู้มีอำนาจตามหนังสือรับรองจดทะเบียนกำหนดไว้เป็นผู้ลงนามรับรองเอกสารและประทับตราบริษัททุกแผ่น


ประเภท ข. กรณีมีเหตุจำเป็นทางธุรกิจในอุตสาหกรรมเป้าหมายที่ภาครัฐต้องการสนับสนุน 18 ประเภท และวิสาหกิจเริ่มต้น (Startup) ตามผนวก ค

ให้อนุญาตครั้งละไม่เกิน 1 ปี

หลักเกณฑ์การพิจารณา

  1. คนต่างด้าวต้องได้รับการตรวจลงตราประเภทคนอยู่ชั่วคราว
  2. คนต่างด้าวต้องมีรายได้ขั้นต่ำ 50,000 บาท ต่อเดือน
  3. ต้องเป็นธุรกิจซึ่งมีทุนจดทะเบียนไม่ต่ำกว่า 1 ล้านบาท โดยชำระไม่ต่ำกว่าร้อยละ 25 ในปีแรก และชำระเต็มจำนวนในปีที่สี่
  4. ธุรกิจนั้นต้องยื่นงบการเงิน ณ วันสิ้นงวดหนึ่งปีบัญชีที่ผ่านมาที่ได้รับการตรวจรับรองความถูกต้องจากผู้สอบบัญชีรับอนุญาต หรือผู้สอบบัญชีภาษีอากรแล้วแต่กรณี เพื่อแสดงว่าธุรกิจมีความมั่นคงเชื่อถือได้ มีการประกอบการจริงและมีความต่อเนื่อง โดยพิจารณาจากแนวทางพิจารณาสถานภาพธุรกิจว่ามีการประกอบการจริงและมีความต่อเนื่องแนบท้ายคำสั่งนี้ (ผนวก ข)
  5.  มีหนังสือรับรองจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรับรองว่าเป็น อุตสาหกรรมเป้าหมายที่ภาครัฐต้องการสนับสนุน 18 ประเภท และวิสาหกิจเริ่มต้น (Startup) ตามผนวก ค
  6. อุตสาหกรรมเป้าหมายที่ภาครัฐต้องการสนับสนุน 18 ประเภทธุรกิจต้องมีอัตราส่วนระหว่างจำนวนคนต่างด้าว กับพนักงานคนไทยประจำในอัตราส่วนคนต่างด้าว 1 คน ต่อพนักงานคนไทยประจำ 1 คน
  7. วิสาหกิจเริ่มต้น (Startup) ธุรกิจนั้นต้องมีอัตราส่วนระหว่างจำนวนคนต่างด้าวกับพนักงานคนไทยประจำ ในอัตราส่วนคนต่างด้าว 1 คน ต่อพนักงานคนไทยประจำ 1 คน เมื่อครบ กำหนด 5 ปีนับแต่วันที่จดทะเบียนนิติบุคคล

เอกสารประกอบที่ต้องใช้

  1. แบบคำขอ ตม.7
  2. สำเนาหนังสือเดินทางของผู้ยื่นคำขอ
  3. หนังสือรับรองคนต่างด้าวเข้าทำงานตามแบบของสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง
  4. สำเนาใบอนุญาตทำงาน หรือใบรับคำขอกรณีเปลี่ยนสถานประกอบการและใบอนุญาตทำงานยังมีอายุใช้ได้อยู่ เว้นแต่กรณีที่กฎหมายกำหนดไม่ต้องมีใบอนุญาตทำงาน
  5. สำเนาหลักฐานการจดทะเบียนขององค์กรนั้น เช่น  หนังสือรับรองการจดทะเบียนบริษัท หรือการจดทะเบียนห้าง หุ้นส่วน ฉบับนายทะเบียนรับรองไม่เกิน 6 เดือน
  6. สำเนาบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้นฉบับนายทะเบียนรับรอง ไม่เกิน 6 เดือน
  7. สำเนางบดุล และงบกำไรขาดทุนปีล่าสุด
  8. สำเนาแบบยื่นรายการภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย ที่มีชื่อพนักงานและชื่อคนต่างด้าวผู้ยื่นคำขอ 3 เดือนล่าสุด พร้อมสำเนาใบเสร็จรับเงิน
  9. สำเนาแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาของคนต่างด้าวผู้ยื่นคำขอปีล่าสุดพร้อมใบเสร็จรับเงิน (ถ้ามี)
  10. แผนที่แสดงสถานที่ทำงานของผู้ยื่นคำขอและภาพถ่าย สถานที่ประกอบการ ภายนอกและภายในขณะเปิดทำการ
  11. เอกสารหรือหลักฐานอื่นตามที่คณะกรรมการติดตามการปฏิบัติราชการของพนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองของสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองกำหนด
  12. หนังสือรับรองจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรับรองว่า เป็นอุตสาหกรรมเป้าหมายที่ภาครัฐต้องการสนับสนุน 18 ประเภท และวิสาหกิจเริ่มต้น (Startup)
  13. ใบอนุญาตให้ประกอบธุรกิจต่าง ๆ กรณีธุรกิจนั้นกฎหมายกำหนดให้ต้องมีใบอนุญาต

 หมายเหตุเอกสารนอกเหนือจากการรับรองโดยหน่วยงานของรัฐ ให้กรรมการผู้มีอำนาจตามหนังสือรับรองจดทะเบียนกำหนดไว้เป็นผู้ลงนามรับรองเอกสารและประทับตราบริษัททุกแผ่น

กรณีมีเหตุจำเป็น จะต้องอยู่ปฏิบัติงานเกี่ยวกับการลงทุนที่ได้รับความเห็นชอบจากกระทรวง ทบวง กรมที่เกี่ยวข้อง

ให้อนุญาตครั้งละไม่เกิน 1 ปี

หลักเกณฑ์การพิจารณา
1. คนต่างด้าวต้องได้รับการตรวจลงตรา ประเภทคนอยู่ชั่วคราว
2. ได้รับการรับรองและร้องขอจากกระทรวง ทบวง กรมที่เกี่ยวข้อง

เอกสารประกอบที่ต้องใช้
1. แบบคำขอ ตม.7
2. สำเนาหนังสือเดินทางของผู้ยื่นคำขอ
3. สำเนาใบอนุญาตทำงาน
4. หนังสือรับรองและร้องขอจากกระทรวง ทบวง กรม ที่เกี่ยวข้อง
5. เอกสารหรือหลักฐานอื่นตามที่คณะกรรมการติดตามการปฏิบัติราชการของพนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองของสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองกำหนด

กรณีมีเหตุจำเป็นจะต้องอยู่ปฏิบัติงานในส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ หรือหน่วยงานอื่นของรัฐ

ให้อนุญาตครั้งละไม่เกิน 1 ปี

หลักเกณฑ์การพิจารณา
1. คนต่างด้าวต้องได้รับการตรวจลงตรา ประเภทคนอยู่ชั่วคราว
2. ได้รับการรับรองและร้องขอจากหน่วยงาน หรือองค์กรนั้น ๆ

เอกสารประกอบที่ต้องใช้
1. แบบคำขอ ตม.7
2. สำเนาหนังสือเดินทางของผู้ยื่นคำขอ
3. สำเนาใบอนุญาตทำงาน หรือใบรับคำขอกรณีเปลี่ยนหน่วยงานและใบอนุญาตทำงานยังมีอายุใช้ได้อยู่
4. หนังสือรับรองและขอให้อยู่ต่อจากส่วนราชการ หรือรัฐวิสาหกิจ หรือหน่วยงานอื่นของรัฐที่เกี่ยวข้อง
5. เอกสารหรือหลักฐานอื่นตามที่คณะกรรมการติดตามการปฏิบัติราชการของพนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองของสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองกำหนด
6. หลักฐานแสดงความเป็นหน่วยงานของรัฐ (ถ้ามี)

กรณีเพื่อการท่องเที่ยว

ให้อนุญาตครั้งเดียวไม่เกิน 30 วัน นับแต่วันอนุญาตสิ้นสุด

หลักเกณฑ์การพิจารณา

  1. คนต่างด้าวต้องได้รับการตรวจลงตรา ประเภทนักท่องเที่ยว หรือได้รับยกเว้นการตรวจลงตราเพื่อการท่องเที่ยว ไม่เกิน 30 วัน ตามประกาศกระทรวงมหาดไทย หรือได้รับยกเว้นการตรวจลงตราสำหรับหนังสือเดินทางธรรมดาไม่เกิน 30 วัน ตามความตกลงระหว่างประเทศ ตามข้อ 13 (1) แห่งกฎกระทรวง กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการตรวจ การยกเว้น และการเปลี่ยนประเภทการตรวจลงตรา พ.ศ. 2545
  2. ไม่เป็นบุคคลสัญชาติ หรือจำพวกที่คณะกรรมการติดตามการปฏิบัติราชการของพนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง ของสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองกำหนด (กรณีเป็นบุคคลสัญชาติศรีลังกา อินเดีย ปากีสถาน บังคลาเทศ อิหร่าน เนปาล โตโก ไนจีเรียและยูกันดา จะได้รับให้อยู่ในราขอาณาจักรได้ไม่เกิน 7 วัน)

เอกสารประกอบที่ต้องใช้

  1. แบบคำขอ ตม.7 (ติดรูปถ่าย 1 รูป ขนาด 4 x 6 ซม. ที่ถ่ายไว้ไม่เกิน 6 เดือน)
  2. สำเนาหนังสือเดินทางของผู้ยื่นคำขอ, วีซ่า , ตราประทับอนุญาตครั้งสุดท้าย
  3. เอกสารหรือหลักฐานอื่นตามที่คณะกรรมการติดตามการปฏิบัติราชการของพนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองของสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองกำหนด

เอกสารเพิ่มเติม เฉพาะกรณี

กรณีเจ็บป่วย

    • หนังสือรับรองจากโรงพยาบาล โดยให้ปรากฏคำวินิจฉัยของแพทย์ดังนี้
      – เจ็บป่วยเป็นโรค หรืออะไร
      – เป็นอุปสรรคต่อการเดินทางไกลหรือไม่ อย่างไร
      – ต้องรักษาตัว หรือไม่สามารถเดินทางไกล นานเท่าใดแต่เมื่อใด เป็นต้นไป

กรณีดูแลผู้ป่วย

    • หนังสือรับรองจากโรงพยาบาลที่ทำการตรวจรักษาผู้ป่วย โดยระบุความสัมพันธ์กับผู้ป่วย หรือหนังสือรับรองความสัมพันธ์กับผู้ป่วยจากสถานทูต หรือสถานกงสุล

กรณีเพื่อเยี่ยมญาติหรือกลับภูมิลำเนาเดิมของผู้เคยมีสัญชาติไทยหรือของผู้ที่มีบิดาหรือมารดา เป็นบุคคลสัญชาติไทยหรือเคยมีสัญชาติไทย

    • หลักฐานแสดงว่าเดิมเคยมีสัญชาติไทย หรือแสดงว่าบิดา หรือมารดามีสัญชาติไทย หรือเคยมีสัญชาติไทย

กรณีเพื่อเยี่ยมคู่สมรส หรือเยี่ยมบุตรซึ่งมีสัญชาติไทย

    • หลักฐานแสดงความสัมพันธ์
      (กรณีคู่สมรสต้องมีความสัมพันธ์กันทั้งทางนิตินัย และพฤตินัย)
      – สำเนาทะเบียนบ้านของคู่สมรส หรือบุตร
      – สำเนาบัตรประชาชนของบุคคลผู้มีสัญชาติไทย
      – สำเนาทะเบียนสมรส หรือสำเนาสูติบัตรของบุตร

กรณีเพื่อการดำเนินคดี หรือดำเนินกระบวนพิจารณาอันเกี่ยวกับคดี

    • หลักฐานยืนยันว่าเป็นผู้เกี่ยวข้องกับการดำเนินคดี โดยเป็นผู้กล่าวหา ผู้เสียหาย ผู้ต้องหา โจทก์จำเลย หรือพยาน

กรณีปฏิบัติหน้าที่หรือภารกิจให้แก่ส่วนราชการ หรือรัฐวิสาหกิจ หรือหน่วยงานอื่นของรัฐ หรือสถานฑูต หรือสถานกงสุล หรือองค์การระหว่างประเทศ

    • หนังสือรับรองหรือร้องขอ จากส่วนราชการระดับกรม หรือเทียบเท่า หรือหัวหน้ารัฐวิสาหกิจ หรือหัวหน้าหน่วยงานอื่นของรัฐ หรือจากส่วนราชการตำรวจระดับกองบังคับการหรือเทียบเท่าขึ้นไป หรือจากส่วนราชการทหารระดับผู้บังคับหน่วยในสังกัดกระทรวงกลาโหม กองบัญชาการกองทัพไทย กองทัพบก กองทัพเรือ กองทัพอากาศ ซึ่งมีชั้นยศพลตรี พลเรือตรี พลอากาศตรีขึ้นไป ในส่วนที่เกี่ยวข้อง หรือจากองค์การระหว่างประเทศ

กรณีมีเหตุจำเป็นโดยมีสถานฑูต หรือสถานกงสุล รับรองและร้องขอ

    • หนังสือรับรอง หรือร้องขอ จากสถานฑูต หรือสถานกงสุล

กรณีเพื่อการลงทุนไม่น้อยกว่า 3 ล้านบาท

ให้อนุญาตครั้งละไม่เกิน 1 ปี

หลักเกณฑ์การพิจารณา
1. คนต่างด้าวต้องได้รับการตรวจลงตรา ประเภทคนอยู่ชั่วคราว
2. เดินทางเข้ามาในราชอาณาจักรก่อนวันที่ 1 ตุลาคม 2549 และได้รับอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรเพื่อการลงทุนไม่น้อยกว่า 3 ล้านบาทต่อเนื่องตลอดมา
3. มีหลักฐานการโอนเงินเข้าสู่ประเทศไทย จำนวนไม่น้อยกว่า 3 ล้านบาท
4. มีหลักฐานการลงทุนโดยการซื้อห้องชุดในอาคารชุดจากหน่วยงาน หรือส่วนราชการที่เกี่ยวข้องในราคาซื้อไม่น้อยกว่า 3 ล้านบาท หรือ
5. มีหลักฐานการลงทุนโดยการฝากเงินประจำกับธนาคารพาณิชย์ที่ตั้งอยู่ในประเทศไทย ซึ่งมีผู้ถือหุ้นเป็นคนสัญชาติไทยเกินกว่าร้อยละ 50 ไม่น้อยกว่า 3 ล้านบาท หรือ
6. มีหลักฐานการลงทุนโดยการซื้อพันธบัตรของทางราชการ หรือของรัฐวิสาหกิจไม่น้อย กว่า 3 ล้านบาท หรือ
7. มีหลักฐานการลงทุนรวมกันตาม (4), (5) หรือ (6) ไม่น้อยกว่า 3 ล้านบาท

เอกสารประกอบที่ต้องใช้
1. แบบคำขอ ตม.7
2. สำเนาหนังสือเดินทางของผู้ยื่นคำขอ
3. สำเนาหลักฐานการโอนเงินจากต่างประเทศเข้าสู่ประเทศไทยจากธนาคาร หรือนิติบุคคลประเภทบริษัทจำกัดหรือบริษัทมหาชนจำกัด หรือ นิติบุคคลอื่นตามที่ธนาคารแห่งประเทศไทยประกาศกำหนด
4. สำเนาสัญญาซื้อขายห้องชุด และสำเนาการจดทะเบียนแสดงการเป็นเจ้าของห้องชุด จากส่วนราชการหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง (เฉพาะกรณีซื้อห้องชุด) หรือ
5. หนังสือรับรองการมีเงินฝากจากธนาคารและสำเนาหลักฐานการฝากเงิน (เฉพาะกรณีลงทุนโดยการฝากเงิน) หรือ
6. สำเนาพันธบัตร (เฉพาะกรณีลงทุนซื้อพันธบัตรของทางราชการหรือรัฐวิสาหกิจ)
7. เอกสารหรือหลักฐานอื่นตามที่คณะกรรมการติดตามการปฏิบัติราชการของพนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองของสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองกำหนด


กรณีเพื่อการลงทุนไม่น้อยกว่า 10 ล้านบาท

ให้อนุญาตครั้งละไม่เกิน 1 ปี

หลักเกณฑ์การพิจารณา
1. คนต่างด้าวต้องได้รับการตรวจลงตรา ประเภทคนอยู่ชั่วคราว
2. มีหลักฐานการโอนเงินเข้าสู่ประเทศไทย จำนวนไม่น้อยกว่า 10 ล้านบาท
3. มีหลักฐานการลงทุนโดยการซื้อหรือเช่า ระยะเวลาไม่น้อยกว่า 3 ปี ห้องชุดในอาคารชุดจากหน่วยงาน หรือส่วนราชการที่เกี่ยวข้องในราคาซื้อหรือเช่าไม่น้อยกว่า 10 ล้านบาท หรือ
4. มีหลักฐานการลงทุนโดยการฝากเงินประจำกับธนาคารพาณิชย์ที่ตั้งอยู่ในประเทศไทยซึ่งมีผู้ถือหุ้นเป็นคนสัญชาติไทยเกินกว่าร้อยละ 50 ไม่น้อยกว่า 10 ล้านบาท หรือ
5. มีหลักฐานการลงทุนโดยการซื้อพันธบัตรของทางราชการ หรือของรัฐวิสาหกิจไม่น้อย กว่า 10 ล้านบาท หรือ
6. มีหลักฐานการลงทุนรวมกันตาม (3), (4) หรือ (5) ไม่น้อยกว่า 10 ล้านบาท

เอกสารประกอบที่ต้องใช้
1. แบบคำขอ ตม.7
2. สำเนาหนังสือเดินทางของผู้ยื่นคำขอ
3. สำเนาหลักฐานการโอนเงินจากต่างประเทศเข้าสู่ประเทศไทยจากธนาคาร หรือนิติบุคคลประเภทบริษัทจำกัด หรือบริษัทมหาชนจำกัด หรือนิติบุคคลอื่นตามที่ธนาคารแห่งประเทศไทยประกาศกำหนด
4. สำเนาสัญญาซื้อขายห้องชุด และสำเนาการจดทะเบียนแสดงการเป็นเจ้าของห้องชุดจากส่วนราชการหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง (เฉพาะกรณีซื้อห้องชุด) หรือสำเนาสัญญาเช่าระยะยาว หรือเอกสารตามข้อ 5
5. หนังสือรับรองการมีเงินฝากจากธนาคารและสำเนาหลักฐานการฝากเงิน (เฉพาะกรณีลงทุนโดยการฝากเงิน) หรือเอกสารตามข้อ 6
6. สำเนาพันธบัตร (เฉพาะกรณีลงทุนซื้อพันธบัตรของทางราชการหรือรัฐวิสาหกิจ)
7. เอกสารหรือหลักฐานอื่นตามที่คณะกรรมการติดตามการปฏิบัติราชการของพนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองของสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองกำหนด

กรณีเป็นครู หรืออาจารย์หรือ ผู้เชี่ยวชาญ หรือบุคคลกรทางการศึกษาในสถานศึกษาของรัฐ

ให้อนุญาตครั้งละไม่เกิน 1 ปี

หลักเกณฑ์การพิจารณา

  1. คนต่างด้าวต้องได้รับการตรวจลงตราประเภทราชการ หรือประเภทคนอยู่ชั่วคราว
  2. ได้รับการรับรองและร้องขอจากสถานศึกษานั้น

เอกสารประกอบที่ต้องใช้

  1. แบบคำขอ ตม.7
  2. สำเนาหนังสือเดินทางของผู้ยื่นคำขอ
  3. สำเนาใบอนุญาตทำงาน หรือใบรับคำขอกรณีเปลี่ยนสถานศึกษาและใบอนุญาตทำงานยังมีอายุใช้ได้อยู่
  4. หนังสือรับรองและร้องขอให้อยู่ต่อจากสถานศึกษานั้น โดยระบุตำแหน่ง อัตราเงินเดือน และระยะเวลาการจ้าง
  5. สำเนาใบประกอบวิชาชีพครู หรือสำเนาหนังสือรับรองสิทธิจากคุรุสภา หรือสำเนาหนังสือผ่อนผันจากคุรุสภา หรือสำเนาหนังสือรับคำขออนุญาตผ่อนผันจากคุรุสภา (ยกเว้นครู หรืออาจารย์ หรือผู้เชี่ยวชาญ ในระดับอุดมศึกษา) หรือ บุคคลที่ได้รับการยกเว้นไม่ต้องมีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพควบคุมตามประกาศคณะกรรมการคุรุสภา
  6. เอกสารหรือหลักฐานอื่นตามที่คณะกรรมการติดตามการปฏิบัติราชการของพนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองของสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองกำหนด

กรณีเป็นครู หรืออาจารย์ หรือผู้สอน หรือผู้เชี่ยวชาญ ในสถานศึกษาของเอกชน

ให้อนุญาตครั้งละไม่เกิน 1 ปี

หลักเกณฑ์การพิจารณา

  1. คนต่างด้าวต้องได้รับการตรวจลงตรา ประเภทคนอยู่ชั่วคราว
  2. สถานศึกษานั้นได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการจากส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง
  3. ได้รับการรับรองและร้องขอจากสถานศึกษานั้น
  4. กรณีบุคลากรทางการศึกษา ต้องมีคุณวุฒิหรือประสบการณ์ตรงกับหน้าที่ปฏิบัติและมีจำนวนไม่เกินร้อยละ 10 ของจำนวนครูหรืออาจารย์ของสถานศึกษานั้น

เอกสารประกอบที่ต้องใช้ กรณีเป็นครู หรืออาจารย์ หรือผู้สอน หรือผู้เชี่ยวชาญ

(1) กรณีโรงเรียนในระบบ ได้แก่ โรงเรียนสามัญศึกษา English Program โรงเรียนอาชีวศึกษาที่ใช้หลักสูตรกระทรวงศึกษาธิการ และโรงเรียนนานาชาติ

  1. แบบคำขอ ตม.7
  2. สำเนาหนังสือเดินทางของผู้ยื่นคำขอ
  3. สำเนาใบอนุญาตทำงาน หรือใบรับคำขอกรณีเปลี่ยนสถานศึกษาและใบอนุญาตทำงานยังมีอายุใช้ได้อยู่
  4. สำเนาหลักฐานการอนุญาตให้จัดตั้งสถานศึกษา
  5. หนังสือรับรองและขอให้อยู่ต่อจากหัวหน้าสถานศึกษานั้น โดยระบุตำแหน่ง อัตราเงินเดือน และระยะเวลาการจ้าง
  6. สำเนาหนังสือแต่งตั้งครู/ผู้สอนตามแบบที่สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) กำหนด
  7. สำเนาใบประกอบวิชาชีพครู หรือสำเนาหนังสือรับรองสิทธิจากคุรุสภา หรือสำเนาหนังสือผ่อนผันจากคุรุสภา หรือสำเนาหนังสือรับคำขออนุญาตผ่อนผันจากคุรุสภา (ยกเว้นผู้สอน หรือบุคคลที่ได้รับการยกเว้นไม่ต้องมีใบอนุญาตประกิบวิชาชีพควบคุมตามประกาศคณะกรรมการคุรุสภา)
  8. เอกสารหรือหลักฐานอื่นตามที่คณะกรรมการติดตามการปฏิบัติราชการของพนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองของสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองกำหนด

(2) กรณีโรงเรียนนอกระบบ ตามประกาศคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน เรื่อง การกำหนดประเภทและลักษณะของโรงเรียน การจัดการเรียนการสอน และหลักสูตรของโรงเรียนนอกระบบ ลง วันที่ 12 ก.พ. 2552 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ได้แก่ ประเภทสอนศาสนา, ประเภทศิลปะและกีฬา, ประเภทวิชาชีพ, ประเภทกวดวิชา, ประเภทสร้างเสริมทักษะชีวิต, ประเภทศูนย์การศึกษาอิสลามประจำมัสยิด (ตาดีกา) และประเภทสถาบันศึกษาปอเนาะ

  1. แบบคำขอ ตม.7
  2. สำเนาหนังสือเดินทางของผู้ยื่นคำขอ
  3. สำเนาใบอนุญาตทำงาน หรือใบรับคำขอกรณีเปลี่ยนสถานศึกษาและใบอนุญาตทำงานยังมีอายุใช้ได้อยู่
  4. สำเนาหลักฐานการอนุญาตให้จัดตั้งสถานศึกษาจากส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง
  5. หนังสือรับรองและขอให้อยู่ต่อจากหัวหน้าสถานศึกษานั้น โดยระบุตำแหน่ง อัตราเงินเดือน และระยะเวลาการจ้าง
  6. สำเนาหนังสือแต่งตั้งครู/ผู้สอน ตามแบบที่สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) กำหนด
  7. เอกสารหรือหลักฐานอื่นตามที่คณะกรรมการติดตามการปฏิบัติราชการของพนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองของสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองกำหนด

(3) กรณีสถาบันอุดมศึกษาของเอกชน

  1. แบบคำขอ ตม.7
  2. สำเนาหนังสือเดินทางของผู้ยื่นคำขอ
  3. สำเนาใบอนุญาตทำงาน หรือใบรับคำขอกรณีเปลี่ยนสถานศึกษาและใบอนุญาตทำงานยังมีอายุใช้ได้อยู่
  4. สำเนาหลักฐานการอนุญาตให้จัดตั้งสถานศึกษาจากส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง
  5. หนังสือรับรองและขอให้อยู่ต่อจากหัวหน้าสถานศึกษานั้น โดยระบุตำแหน่ง อัตราเงินเดือน และระยะเวลาการจ้าง
  6. เอกสารหรือหลักฐานอื่นตามที่คณะกรรมการติดตามการปฏิบัติราชการของพนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองของสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองกำหนด

(4) ศูนย์การเรียน

  1. แบบคำขอ ตม.7
  2. สำเนาหนังสือเดินทางของผู้ยื่นคำขอ
  3. สำเนาใบอนุญาตทำงาน หรือใบรับคำขอกรณีเปลี่ยนสถานศึกษาและใบอนุญาตทำงานยังมีอายุใช้ได้อยู่
  4. สำเนาวุฒิการศึกษาตามที่กระทรวงศึกษาธิการกำหนด
  5. สำเนาหลักฐานการอนุญาตให้จัดตั้งสถานศึกษาจากส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง
  6. หนังสือรับรองและขอให้อยู่ต่อจากหัวหน้าสถานศึกษานั้น โดยระบุตำแหน่ง อัตราเงินเดือน และระยะเวลาการจ้าง
  7. สัญญาจ้าง
  8. เอกสารหรือหลักฐานอื่นตามที่คณะกรรมการติดตามการปฏิบัติราชการของพนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองของสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองกำหนด

กรณีเป็นบุคลากรทางการศึกษา ในสถานศึกษาของเอกชน

ให้อนุญาตครั้งละไม่เกิน 1 ปี

หลักเกณฑ์การพิจารณา

  1. คนต่างด้าวต้องได้รับการตรวจลงตรา ประเภทคนอยู่ชั่วคราว
  2. สถานศึกษานั้นได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการจากส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง
  3. ได้รับการรับรองและร้องขอจากสถานศึกษานั้น
  4. กรณีบุคลากรทางการศึกษา ต้องมีคุณวุฒิหรือประสบการณ์ตรงกับหน้าที่ปฏิบัติและมีจำนวนไม่เกินร้อยละ 10 ของจำนวนครูหรืออาจารย์ของสถานศึกษานั้น

บุคลากรทางการศึกษา ได้แก่ ผู้ปฏิบัติหน้าที่ ตามที่ระเบียบคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชนกำหนด ดังนี้

  • บรรณารักษ์
  • งานแนะแนว
  • งานทะเบียนและวัดผล
  • บริหารงานทั่วไป
  • และผู้สนับสนุนการศึกษา

เอกสารประกอบที่ต้องใช้ กรณีเป็นบุคลากรทางการศึกษา ในสถานศึกษาของเอกชน

  1. แบบคำขอ ตม.7
  2. สำเนาหนังสือเดินทางของผู้ยื่นคำขอ
  3. สำเนาใบอนุญาตทำงาน หรือใบรับคำขอกรณีเปลี่ยนสถานศึกษาและใบอนุญาตทำงานยังมีอายุใช้ได้อยู่
  4. สำเนาหลักฐานการอนุญาตให้จัดตั้งสถานศึกษาจากส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง
  5. หนังสือรับรองและขอให้อยู่ต่อจากหัวหน้าสถานศึกษานั้น โดยระบุตำแหน่ง อัตราเงินเดือน และระยะเวลาการจ้าง และชี้แจงเหตุผลความจำเป็นที่จะต้องขออยู่ต่อในราชอาณาจักร พร้อมรายละเอียด จำนวนครู อาจารย์ และบุคคลากรทางการศึกษาของสถานศึกษา โดยแยกเป็น ครู อาจารย์ และบุคลากรทางการศึกษาของสถานศึกษา โดยแยกเป็น ครู อาจารย์ และบุคลากรทางการศึกษาสัญชาติไทยและคนต่างด้าว
  6. สัญญาจ้าง
  7. หนังสือรับรองจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเาริมการศึกษาเอกชน
  8. เอกสารหรือหลักฐานอื่นตามที่คณะกรรมการติดตามการปฏิบัติราชการของพนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองของสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองกำหนด

กรณีเพื่อศึกษาในสถานศึกษาของรัฐ

ให้อนุญาตตามระยะเวลาที่สถานศึกษารับรอง ครั้งละไม่เกิน 1 ปี

หลักเกณฑ์การพิจารณา

  1. คนต่างด้าวต้องได้รับการตรวจลงตราประเภทราชการ หรือประเภทคนอยู่ชั่วคราว
  2. ได้รับการรับรองและร้องขอจากสถานศึกษานั้น

เอกสารประกอบที่ต้องใช้

  1. แบบคำขอ ตม.7
  2. สำเนาหนังสือเดินทางของผู้ยื่นคำขอ
  3. หนังสือรับรองและขอให้อยู่ต่อจากสถานศึกษานั้นโดยให้ปรากฏรายละเอียด เกี่ยวกับจำนวนปีการศึกษา ระดับหลักสูตร
  4. กรณีขออนุญาตอยู่ต่อปีที่ 2 เป็นต้นไป ให้มีผลการศึกษาของปีที่ผ่านมา
  5. เอกสารหรือหลักฐานอื่นตามที่คณะกรรมการติดตามการปฏิบัติราชการของพนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองของสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองกำหนด

กรณีเพื่อศึกษาในสถานศึกษาของ เอกชน

(1) กรณีโรงเรียนในระบบ ให้อนุญาตตามระยะเวลาที่สถานศึกษารับรองครั้งละไม่เกิน 1 ปี

(2) กรณีโรงเรียนนอกระบบ ให้อนุญาตตามระยะเวลาที่สถานศึกษารับรอง ครั้งละไม่เกิน 90 วัน แต่รวมแล้วไม่เกิน 1 ปี นับแต่วันที่เดินทางเข้ามาในราชอาณาจักร

 

หลักเกณฑ์การพิจารณา

  1. คนต่างด้าวต้องได้รับการตรวจลงตรา ประเภทคนอยู่ชั่วคราว
  2. สถานศึกษานั้นได้รับอนุญาตให้ประกอบ กิจการจากส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง
  3. ได้รับการรับรองและร้องขอจากสถานศึกษานั้น
  4. ได้รับการรับรองจากส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง (ยกเว้นกรณีศึกษาในโรงเรียนนานาชาติ และกรณีศึกษาในระดับอุดมศึกษา)

เอกสารประกอบที่ต้องใช้

  1. แบบคำขอ ตม.7
  2. สำเนาหนังสือเดินทางของผู้ยื่นคำขอ
  3. สำเนาหลักฐานการอนุญาตให้จัดตั้งสถานศึกษาจากส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง
  4. หนังสือรับรองและขอให้อยู่ต่อจากสถานศึกษานั้น โดยให้ปรากฏรายละเอียดเกี่ยวกับจำนวนปีการศึกษา ระดับหลักสูตร
  5. กรณีขออนุญาตอยู่ต่อครั้งที่ 2 เป็นต้นไป ให้มีผลการศึกษาที่ผ่านมา
  6. หนังสือรับรองจากหน่วยงานของรัฐระดับ กรมหรือเทียบเท่าหรือจากผู้ว่าราชการจังหวัดที่ รับผิดชอบสถานศึกษานั้น
    (ยกเว้นกรณีศึกษาในโรงเรียนนานาชาติและ กรณีศึกษาในระดับอุดมศึกษา)
  7. สำเนาหลักสูตรการเรียนและตารางเรียน และจำนวนชั่วโมงที่เข้าเรียนที่ผ่านมาในหลักสูตร (เฉพาะกรณีโรงเรียนนอกระบบ)
  8. เอกสารหรือหลักฐานอื่นตามที่คณะกรรมการติดตามการปฏิบัติราชการของพนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองของสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองกำหนด

กรณีเพื่อฝึกสอน หรือค้นคว้าวิจัยในสถาบันการศึกษา หรือสถาบันวิจัยในราชอาณาจักร

ให้อนุญาตครั้งละไม่เกิน 1 ปี

หลักเกณฑ์การพิจารณา

  1. คนต่างด้าวต้องได้รับการตรวจลงตราประเภทราชการ หรือประเภทคนอยู่ชั่วคราว
  2. ได้รับการรับรองและร้องขอจากสถาบันการค้นคว้า หรือสถาบันวิจัยนั้น
  3. ได้รับการรับรองและร้องขอจากสถาบันการศึกษาในราชอาณาจักรนั้น (กรณีฝึกสอน)
  4. กรณีค้นคว้าวิจัยในสถาบันการค้นคว้าวิจัยของเอกชน หรือฝึกสอนในสถาบันการศึกษาในราชอาณาจักรของเอกชน
    ต้องได้รับการรับรองและร้องขอจากส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง

เอกสารประกอบที่ต้องใช้

  1. แบบคำขอ ตม.7
  2. สำเนาหนังสือเดินทางของผู้ยื่นคำขอ
  3. หนังสือรับรองและขอให้อยู่ต่อจากหัวหน้าสถาบันการศึกษาในราชอาณาจักรนั้น
  4. หนังสือรับรองและขออยู่ต่อจากหัวหน้าสถาบันการศึกษาในราชอาณาจักรนั้น (กรณีฝึกสอน)
  5. เฉพาะกรณีตามหลักเกณฑ์ข้อ (4) ให้แนบหนังสือรับรองและขอให้อยู่ต่อจากส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง
  6. เอกสารหรือหลักฐานอื่นตามที่คณะกรรมการติดตามการปฏิบัติราชการของพนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองของสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองกำหนด

กรณีเป็นครอบครัวของคนต่างด้าวที่ได้รับอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรเป็นการ ชั่วคราวเพื่อศึกษาในสถานศึกษาตามข้อ 8 หรือ 9  (เฉพาะบิดา มารดา คู่สมรส บุตร บุตรบุญธรรม หรือบุตรของคู่สมรส)

ให้อนุญาตครั้งละไม่เกิน 1 ปี

หลักเกณฑ์การพิจารณา

  1. คนต่างด้าวต้องได้รับการตรวจลงตราประเภทราชการ หรือประเภทคนอยู่ชั่วคราว
  2. มีหลักฐานแสดงความสัมพันธ์
  3. กรณีคู่สมรสต้องมีความสัมพันธ์กันทั้งทางนิตินัยและพฤตินัย หรือ
  4. กรณีบุตร บุตรบุญธรรม หรือบุตรของคู่สมรสขออยู่ในอุปการะ บุตร บุตรบุญธรรม หรือบุตรของคู่สมรสนั้น ต้องยังไม่ได้สมรส และอยู่อาศัยเป็นส่วนแห่งครัวเรือนนั้นและต้องมีอายุไม่เกิน 20 ปีบริบูรณ์ หรือ
  5. กรณีบิดาหรือมารดา ต้องมีเงินฝากใน ธนาคารพาณิชย์ที่ตั้งอยู่ในประเทศไทยในนามบิด หรือมารดา คงอยู่ในบัญชีตลอดระยะเวลาย้อนหลัง 3 เดือน ไม่น้อยกว่า 500,000 บาท เฉพาะในปีแรกให้แสดงบัญชีเงินฝาก โดยมีเงินจำนวน ดังกล่าว ฝากอยู่ในบัญชีมาแล้วไม่น้อยกว่า 30 วัน ณ วันที่ยื่นขอตามเหตุผลนี้

เอกสารประกอบที่ต้องใช้

  1. แบบคำขอ ตม.7
  2. สำเนาหนังสือเดินทางของผู้ยื่นคำขอ
  3. สำเนาหนังสือเดินทางของคนต่างด้าวที่ได้รับอนุญาตให้อยู่เพื่อศึกษา
  4. สำเนาเอกสารแสดงความสัมพันธ์กัน เช่น หลักฐานการสมรส สำเนาสูติบัตร หลักฐาน การจดทะเบียนรับรองบุตร สำเนาทะเบียนบ้าน หลักฐานการจดทะเบียนรับบุตรบุญธรรม หรือหลักฐานอื่น จากส่วนราชการหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
  5. เฉพาะกรณีตามหลักเกณฑ์ข้อ 5 ให้แนบหนังสือรับรองการมีเงินฝากจากธนาคารพาณิชย์ที่ตั้งอยู่ในประเทศไทยและสำเนาบัญชีธนาคาร
  6. เอกสารหรือหลักฐานอื่นตามที่คณะกรรมการติดตามการปฏิบัติราชการของพนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองของสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองกำหนด

กรณีปฏิบัติหน้าที่สื่อมวลชน หรือถ่ายทำภาพยนต์

ให้อนุญาตครั้งละไม่เกิน 1 ปี

หลักเกณฑ์การพิจารณา

  1. คนต่างด้าวต้องได้รับการตรวจลงตราประเภทราชการ หรือประเภทคนอยู่ชั่วคราว
  2. กรณีปฏิบัติหน้าที่สื่อมวลชนต้องได้รับการรับรองและร้องขอจากกรมประชาสัมพันธ์ หรือกรมสารนิเทศ กระทรวงการต่างประเทศ
  3. กรณีถ่ายทำภาพยนต์ ต้องได้รับการรับรองและร้องขอจากกรมการท่องเที่ยวกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา

เอกสารประกอบที่ต้องใช้

  1. แบบคำขอ ตม.7
  2. สำเนาหนังสือเดินทางของผู้ยื่นคำขอ
  3. สำเนาใบอนุญาตทำงาน
  4. กรณีปฏิบัติหน้าที่สื่อมวลชน ต้องแสดงหนังสือรับรองและขอให้อยู่ต่อจากกรมประชาสัมพันธ์ หรือกรมสารนิเทศ กระทรวงการต่างประเทศ
  5. กรณีถ่ายทำภาพยนต์ ต้องแสดงหนังสือรับรองและร้องขอให้อยู่ต่อจากกรมการท่องเที่ยว กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา
  6. เอกสารหรือหลักฐานอื่นตามที่คณะกรรมการติดตามการปฏิบัติราชการของพนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองของสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองกำหนด

กรณีศึกษาพระพุทธศาสนา หรือ ปฏิบัติศาสนกิจ

ให้อนุญาตครั้งละไม่เกิน 1 ปี

หลักเกณฑ์การพิจารณา

  1. คนต่างด้าวต้องได้รับการตรวจลงตราประเภทคนอยู่ชั่วคราว
  2. ได้รับการรับรองจากสำนักพระพุทธศาสนาแห่งชาติ หรือสำนักนายกรัฐมนตรี หรือมหาจุฬาลงกรณ์ราชวิทยาลัย หรือมหามกุฎราชวิทยาลัย
  3. ได้รับการรับรองและร้องขอจากเจ้าอาวาสวัดที่ผู้ยื่นคำขอกำลังศึกษาหรือปฏิบัติศาสนกิจ

เอกสารประกอบที่ต้องใช้

  1. แบบคำขอ ตม.7
  2. สำเนาหนังสือเดินทางของผู้ยื่นคำขอ
  3. หนังสือรับรองจากสำนักพระพุทธศาสนาแห่งชาติ หรือสำนักนายกรัฐมนตรี หรือ
    มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย หรือสถาบันการศึกษาของสงฆ์อื่น ๆ
  4. หนังสือรับรองจากเจ้าอาวาสวัดที่ผู้ยื่นคำขอกำลังศึกษาหรือปฏิบัติศาสนกิจ
  5. เอกสารหรือหลักฐานอื่นตามที่คณะกรรมการติดตามการปฏิบัติราชการของพนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองของสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองกำหนด

กรณีเผยแพร่ศาสนา

ให้อนุญาตครั้งละไม่เกิน 1 ปี

หลักเกณฑ์การพิจารณา

  1. คนต่างด้าวต้องได้รับการตรวจลงตราประเภทคนอยู่ชั่วคราว
  2. ได้รับการรับรองจากกรมการศาสนา หรือสำนักพระพุทธศาสนาแห่งชาติ
  3. ได้รับการรับรองและร้องขอจากองค์กรศาสนาที่ผู้ยื่นคำขอเข้ามาประจำอยู่

เอกสารประกอบที่ต้องใช้

  1. แบบคำขอ ตม.7
  2. สำเนาหนังสือเดินทางของผู้ยื่นคำขอ
  3. หนังสือรับรองจากกรมการศาสนา หรือสำนักพระพุทธศาสนาแห่งชาติ
  4. หนังสือรับรองและขอให้อยู่ต่อจากองค์กรศาสนานั้นๆ
  5. เอกสารหรือหลักฐานอื่นตามที่คณะกรรมการติดตามการปฏิบัติราชการของพนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองของสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองกำหนด

กรณีเป็นช่างฝีมือ หรือเป็น ผู้เชี่ยวชาญด้านการแพทย์การพยาบาล หรือ สาขาวิชาชีพต่าง ๆ เพื่อถ่ายทอดความรู้ให้กับคนไทย

ให้อนุญาตครั้งละไม่เกิน 90 วัน

หลักเกณฑ์การพิจารณา

  1. คนต่างด้าวต้องได้รับการตรวจลงตราประเภทคนอยู่ชั่วคราว
  2. ได้รับการรับรองและร้องขอจากองค์กร หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

เอกสารประกอบที่ต้องใช้

  1. แบบคำขอ ตม.7
  2. สำเนาหนังสือเดินทางของผู้ยื่นคำขอ
  3. หนังสือรับรองและขอให้อยู่ต่อจากองค์กร หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
  4. เอกสารหรือหลักฐานอื่นตามที่คณะกรรมการติดตามการปฏิบัติราชการของพนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองของสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองกำหนด

กรณีเพื่อติดตั้ง ทดสอบ บำรุงรักษา หรือซ่อมแซมเครื่องจักร อากาศยาน หรือเรือเดินทะเล

ให้อนุญาตครั้งละไม่เกิน 90 วัน

หลักเกณฑ์การพิจารณา

  1. คนต่างด้าวต้องได้รับการตรวจลงตรา ประเภทคนอยู่ชั่วคราว
  2. ได้รับการรับรองและร้องขอจากองค์กร หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

เอกสารประกอบที่ต้องใช้

  1. แบบคำขอ ตม.7
  2. สำเนาหนังสือเดินทางของผู้ยื่นคำขอ
  3. หนังสือรับรองและขอให้อยู่ต่อจากองค์กร หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
  4. เอกสารหรือหลักฐานอื่นตามที่คณะกรรมการติดตามการปฏิบัติราชการของพนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองของสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองกำหนด

กรณีเป็น นักแสดง นักร้อง นักดนตรี ประจำโรงแรม หรือประจำบริษัทที่ประกอบ ธุรกิจบันเทิงในประเทศไทย ซึ่งมีทุนจดทะเบียนชำระแล้วไม่น้อยกว่า 20 ล้านบาท

ให้อนุญาตครั้งละไม่เกิน 120 วัน

หลักเกณฑ์การพิจารณา

  1. คนต่างด้าวต้องได้รับการตรวจลงตราประเภทคนอยู่ชั่วคราว
  2. ได้รับการรับรองการจ้างจากโรงแรม หรือจากบริษัทที่ประกอบธุรกิจบันเทิงในประเทศไทย ซึ่งมีทุนจดทะเบียนชำระแล้วไม่น้อยกว่า 20 ล้านบาท

เอกสารประกอบที่ต้องใช้

  1. แบบคำขอ ตม.7
  2. สำเนาหนังสือเดินทางของผู้ยื่นคำขอ
  3. สำเนาใบอนุญาตทำงาน
  4. สำเนาหนังสือสัญญาว่าจ้างผู้ยื่นคำขอทำงานเป็นนักแสดง นักร้อง หรือนักดนตรี
  5. สำเนาหลักฐานการจดทะเบียนขององค์กรนั้น เช่น หนังสือรับรองการจดทะเบียนบริษัท หรือ การจดทะเบียนห้างหุ้นส่วนฉบับนายทะเบียนรับรองไม่เกิน 6 เดือน
  6. เฉพาะกรณีบริษัทที่ประกอบธุรกิจบันเทิง ให้แนบสำเนาบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้นฉบับนายทะเบียนรับรองไม่เกิน 6 เดือน
  7. สำเนาแบบยื่นรายการภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย ที่มีชื่อคนต่างด้าวผู้ยื่นคำขอปีล่าสุด พร้อมใบเสร็จรับเงิน (ถ้ามี)
  8. เอกสารหรือหลักฐานอื่นตามที่คณะกรรมการติดตามการปฏิบัติราชการของพนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองของสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองกำหนด
กรณีบุตรไทย

ให้อนุญาตครั้งละไม่เกิน 1 ปี

หลักเกณฑ์การพิจารณา

1) คนต่างด้าวต้องได้รับการตรวจลงตราประเภทคนอยู่ชั่วคราว

2) มีหลักฐานแสดงความสัมพันธ์

3) มีหลักฐานแสดงการมีสัญชาติไทยของบุตร หรือ บุตรบุญธรรม

4) บุตร บุตรบุญธรรม หรือบุตรของคู่สมรสขออยู่ในความอุปการะนั้น ต้องยังไม่ได้สมรสและอยู่อาศัยเป็นส่วนแห่งครัวเรือนนั้นและต้องมีอายุไม่เกิน 20 ปีบริบูรณ์ เว้นแต่เจ็บป่วยหรือพิการ และไม่สามารถดำรงชีพได้โดยลำพัง ต้องอยู่ในความอุปการะของบิดาหรือมารดา

5) บิดาหรือมารดานั้นต้องมีรายได้เฉลี่ยทั้งปีไม่น้อยกว่าเดือนละ 40,000 บาท หรือต้องมีเงินฝากในธนาคารพาณิชย์ที่ตั้งอยู่ในประเทศไทยไม่น้อยกว่า 400,000 บาท หรือมีรายได้เฉลี่ยทั้งปีและมีเงินฝากคำนวณรวมกันได้ไม่น้อยกว่า 400,000 บาท เพื่อไว้ใช้จ่ายในรอบ 1 ปี

รายการเอกสารประกอบ

1)  แบบคําขอ (ตม.7) พร้อมติดรูปถ่ายจํานวน 1 รูป (ถ่ายไว้ไม่เกิน 6 เดือน)

2)  บันทึกคำให้การ (หมายเลข 3)

3)  ใบรับทราบเงื่อนไงการอนุญาตให้อยู่ต่อในราชอาณาจักร (แบบสตม.2)

4)  สําเนาหนังสือเดินทางให้ปรากฏหน้าที่มีรูปถ่าย, หน้าวีซ่า NON-O แรกที่ยื่นขออยู่ต่อ, หน้าตราประทับขออยู่ต่อล่าสดุ, หน้ารอยตราประทับขาเข้าล่าสุด และบัตรขาออก (ตม.6) สําเนาหลักฐานการแจ้งที่พักอาศัยตาม ม.38 และสําเนาใบนัดรายงานตัว 90 วัน

5)  หลักฐานแสดงความสัมพันธ์

5.1 สำเนาสูติบัตร และสำเนาทะเบียนบ้านบุตร

5.2 สำเนาทะเบียนรับรองบุตร (คร.11) และสำเนาคำพิพากษาจากศาล (ถ้ามี)

5.3 กรณีบิดา มารดาจดทะเบียนสมรสในประเทศไทย

– สำเนาใบสำคัญการสมรส (คร.3)

– สำเนาทะเบียนสมรส (คร.2)

5.4 กรณีบิดา มารดาจดทะเบียนสมรสในต่างประเทศ

– สำเนาทะเบียนสมรส

– สำเนาทะเบียนฐานะแห่งครอบครัว (คร.22)

* กรณีหย่าให้แสดงใบสำคัญการหย่า (คร.7) และทะเบียนหย่า (คร.6)

6) สำเนาบัตรประชาชน และสำเนาทะเบียนบ้าน (ของบิดาหรือมารดาบุตร)

7) หนังสือรับรองจากโรงเรียน (กรณีบุตรกำลังศึกษาอยู่) และรูปถ่ายบิดาหรือมารดาพร้อมบุตรที่หน้าโรงเรียน (ถ่ายไว้ไม่เกิน 6 เดือน)

8) หลักฐานแสดงฐานะของบิดาหรือมารดา

8.1 กรณีทำงานในประเทศไทย

– ใบอนุญาตทำงานของคนต่างด้าว

– หนังสือรับรองจากบริษัทผู้ว่าจ้าง โดยระบุรายละเอียดเกี่ยวกับหน้าที่การงาน ประเภทของงานตำแหน่งตามใบอนุญาตทำงาน และเงินเดือน (เดือนละไม่น้อยกว่า 40,000 บาท) ลงนามโดยผู้มีอำนาจ

– หลักฐานการชำระภาษีเงินได้รับรองโดยสรรพากร พร้อมใบเสร็จรับเงิน (ภงด.1 ย้อนหลัง 3 เดือน และ ภงด.91 ในรอบปีที่ผ่านมา)

– หนังสือรับรองการจดทะเบียนบริษัทและบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้นบริษัท (บอจ.5) ฉบับจริง (ไม่เกิน 6 เดือน)

– รูปถ่ายคนต่างด้าวขณะทำงานในบริษัทและด้านหน้าบริษัท (หน้าบริษัทให้เห็นชื่อบริษัท 2 รูป, ในบริษัท 2 รูป, แผนที่บริษัท)

8.2 กรณีมีเงินฝากธนาคารในประเทศไทย (ออมทรัพย์/ประจำ)

– หนังสือรับรองการมีเงินฝากจากธนาคารในประเทศไทย ณ ปัจจุบัน ไม่น้อยกว่า 400,000 บาท

– สำเนาสมุดบัญชีเงินฝากธนาคาร ณ วันที่ยื่นคำขอ ไม่น้อยกว่า 400,000 บาท หรือ

8.3 กรณีมีรายได้จากต่างประเทศ เช่น เงินบำนาญ ฯลฯ

– หนังสือรับรองจากสถานทูต หรือสถานกงสุลในประเทศไทยของผู้ยื่นคำขอ แสดงการมีรายได้จากเงินบำนาญหรือรายได้อื่น เดือนละไม่น้อยกว่า 40,000 บาท หรือ

8.4 กรณีมีรายได้เฉลี่ยทั้งปี (หลักฐานตามข้อ 8.3) และมีเงินฝากคำนวณรวมกันได้ไม่น้อยกว่า 400,000 บาท (หลักฐานตามตามข้อ 8.2)

9) เอกสารอื่นที่เกี่ยวข้อง เช่น กรณีที่พักอาศัยไม่ตรงตามทะเบียนบ้าน ให้แสดงหลักฐานสัญญาเช่าฯ หรือหนังสือรับรองจากเจ้าบ้าน พร้อมแนบสําเนาบัตรประชาชน และสําเนาทะเบียนบ้านของเจ้าบ้านที่เช่า หรือสําเนาแสดงกรรมสิทธิ์ของเจ้าของบ้าน พร้อมสําเนาบัตรประชาชน ฯลฯ

10) รูปถ่ายครอบครัวอยู่ที่พักอาศัย 4 รูป ถ่ายไว้ไม่เกิน 6 เดือน (หน้าบ้านให้เห็นบ้านเลขที่ 2 รูป, ในบ้าน 2 รูป ), แผนที่บ้าน

11) ค่าธรรมเนียม 1,900 บาท

12) เอกสารหรือหลักฐานอื่นตามที่คณะกรรมการติดตามการปฏิบัติราชการของพนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองของ สตม. กำหนด

หมายเหตุ

1) ผู้ยื่นคำขอและบุตรผู้มีสัญชาติไทย ต้องมาติดต่อด้วยตนเอง เพื่อมาให้ปากคำ
2) ให้นำหลักฐานเอกสารตัวจริงมาแสดงทุกครั้ง และถ่ายเอกสารพร้อมรับรองสำเนาถูกต้องด้วยลายมือชื่อของผู้ยื่นคำขอ

กรณีสามีไทย

ให้อนุญาตครั้งละไม่เกิน 1 ปี

หลักเกณฑ์การพิจารณา

1) คนต่างด้าวต้องได้รับการตรวจลงตราประเภทคนอยู่ชั่วคราว

2) มีหลักฐานแสดงความสัมพันธ์

3) มีหลักฐานแสดงการมีสัญชาติไทยของสามี

4) คู่สมรสต้องมีความสัมพันธ์กันทั้งทางนิตินัย และพฤตินัย

รายการเอกสารประกอบ

1)  แบบคําขอ (ตม.7) พร้อมติดรูปถ่ายจํานวน 1 รูป (ถ่ายไว้ไม่เกิน 6 เดือน)

2)  สําเนาหนังสือเดินทางให้ปรากฏหน้าที่มีรูปถ่าย, หน้าวีซ่า NON-O แรกที่ยื่นขออยู่ต่อ, หน้าตราประทับขออยู่ต่อล่าสุด, หน้ารอยตราประทับขาเข้าล่าสุด และบัตรขาออก (ตม.6) สําเนาหลักฐานการแจ้งที่พักอาศัยตาม ม.38 และสําเนาใบนัดรายงานตัว 90 วัน

3) หลักฐานแสดงความสัมพันธ์

3.1 กรณีจดทะเบียนสมรสในประเทศไทย

– สําเนาใบสําคัญการสมรส (คร.3)

– สําเนาทะเบียนสมรส (คร.2)

3.2 กรณีจดทะเบียนสมรสในต่างประเทศ

– สําเนาทะเบียนสมรส

– สําเนาทะเบียนฐานะแห่งครอบครัว (คร.22)

* ถ้าเคยสมรสมาก่อนให้แสดงใบสําคัญการหย่า (คร.7) และทะเบียนหย่า (คร.6)

4) สําเนาบัตรประชาชน และสําเนาทะเบียนบ้าน(ของสามี) กรณีบิดาหรือมารดาของสามีเป็นคนต่างด้าวให้แสดง สูติบัตรสามี, หลักฐานที่พิสูจน์ได้ว่ามีสัญชาติไทยจากส่วนราชการ หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง สําเนาเอกสารหลักฐานอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น ใบเปลี่ยนชื่อ ใบเปลี่ยนนามสกุล ฯลฯ สําเนาสูติบัตรบุตร และทะเบียนบ้านบุตร

5) เอกสารอื่นที่เกี่ยวข้อง เช่น กรณีที่พักอาศัยไม่ตรงตามทะเบียนบ้านคู่สมรส ให้แสดงหลักฐานสัญญาเช่าฯ หรือหนังสือรับรองจากเจ้าบ้าน พร้อมแนบสําเนาบัตรประชาชน และสําเนาทะเบียนบ้านของเจ้าบ้านที่เช่า หรือสําเนาแสดงกรรมสิทธิ์ของเจ้าของบ้าน พร้อมสําเนาบัตรประชาชน ฯลฯ

6) รูปถ่ายครอบครัวอยู่ที่พักอาศัย 4 รูป (ถ่ายไว้ไม่เกิน 6 เดือน / หน้าบ้านให้เป็นบ้านเลขที่ 2 รูป, ในบ้าน 2 รูป, แผนที่บ้าน)

7) ค่าธรรมเนียม 1,900 บาท

8) เอกสารหรือหลักฐานอื่นตามที่คณะกรรมการติดตามการปฏิบัติราชการของพนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองของ สตม. กำหนด

หมายเหตุ

1) ผู้ยื่นคําขอและคู่สมรส ต้องมาติดต่อด้วยตนเอง เพื่อมาให้ปากคํา
2) ให้นําหลักฐานเอกสารตัวจริงมาแสดงทุกครั้ง และถ่ายเอกสารพร้อมรับรองสําเนาถูกต้องด้วยลายมือชื่อของผู้ยื่นคําขอ

กรณีอุปการะภรรยาไทย

ให้อนุญาตครั้งละไม่เกิน 1 ปี

หลักเกณฑ์การพิจารณา

1) คนต่างด้าวต้องได้รับการตรวจลงตราประเภทคนอยู่ชั่วคราว

2) มีหลักฐานแสดงความสัมพันธ์

3) มีหลักฐานแสดงการมีสัญชาติไทยของภรรยา

4) กรณีคู่สมรสต้องมีความสัมพันธ์กันทั้งทางนิตินัย และพฤตินัย

5) ฝ่ายสามีซึ่งเป็นคนต่างด้าวต้องมีรายได้เฉลี่ยทั้งปีไม่น้อยกว่าเดือนละ 40,000 บาท หรือเงินฝากธนาคารพาณิชย์ที่ตั้งอยู่ในประเทศไทยคงอยู่ในบัญชีตลอดระยะเวลาย้อนหลัง 2 เดือนไม่น้อยกว่า 400,000 บาท หรือมีรายได้เฉลี่ยทั้งปีและมีเงินฝากคำนวณรวมกันได้ไม่น้อยกว่า 400,000 บาท เพื่อไว้ใช้จ่ายในรอบ 1 ปี

รายการเอกสารประกอบ

1)  แบบคําขอ (ตม.7) พร้อมติดรูปถ่ายจํานวน 1 รูป (ถ่ายไว้ไม่เกิน 6 เดือน)

2)  สําเนาหนังสือเดินทางให้ปรากฏหน้าที่มีรูปถ่าย, หน้าวีซ่า NON-O แรกที่ยื่นขออยู่ต่อ, หน้าตราประทับขออยู่ต่อล่าสุด, หน้ารอยตราประทับขาเข้าล่าสุด และบัตรขาออก (ตม.6) สําเนาหลักฐานการแจ้งที่พักอาศัยตาม ม.38 (ตม.30) และสําเนาใบนัดรายงานตัว 90 วัน

3) หลักฐานแสดงความสัมพันธ์

3.1 กรณีจดทะเบียนสมรสในประเทศไทย

– สําเนาใบสําคัญการสมรส (คร.3)

– สําเนาทะเบียนสมรส (คร.2)

3.2 กรณีจดทะเบียนสมรสในต่างประเทศ

– สําเนาทะเบียนสมรส

– สําเนาทะเบียนฐานะแห่งครอบครัว (คร.22)

* ถ้าเคยสมรสมาก่อนให้แสดงใบสําคัญการหย่า (คร.7) และทะเบียนหย่า (คร.6)

4) สําเนาบัตรประชาชน และสําเนาทะเบียนบ้าน(ของภรรยา) กรณีบิดาหรือมารดาของภรรยาเป็นคนต่างด้าว ให้แสดงสูติบัตรภรรยา, หลักฐานที่พิสูจน์ได้ว่ามีสัญชาติไทยจากส่วนราชการ หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง สําเนาเอกสารหลักฐานอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น ใบเปลี่ยนชื่อ ใบเปลี่ยนนามสกุล ฯลฯ สําเนาสูติบัตรบุตร และทะเบียนบ้านบุตร

5) หลักฐานแสดงฐานะของสามี

5.1 กรณีทำงานในประเทศไทย

– ใบอนุญาตทำงานของคนต่างด้าว

– หนังสือรับรองจากบริษัทผู้ว่าจ้าง โดยระบุรายละเอียดเกี่ยวกับหน้าที่การงาน ประเภทของงานตำแหน่งตามใบอนุญาตทำงาน และเงินเดือน (เดือนละไม่น้อยกว่า 40,000 บาท) ลงนามโดยผู้มีอำนาจ

– หลักฐานการชำระภาษีเงินได้รับรองโดยสรรพากร พร้อมใบเสร็จรับเงิน (ภงด.1 ย้อนหลัง 3 เดือน และ ภงด.91 ในรอบปีที่ผ่านมา)

– หนังสือรับรองการจดทะเบียนบริษัทและบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้นบริษัท (บอจ.5) ฉบับจริง (ไม่เกิน 6 เดือน)

– รูปถ่ายคนต่างด้าวขณะทำงานในบริษัทและด้านหน้าบริษัท ไม่น้อยกว่า 4 รูป โดยให้เห็นสภาพการทำงานที่ชัดเจน

5.2 กรณีมีเงินฝากธนาคารในประเทศไทย (ออมทรัพย์/ประจำ)

– หนังสือรับรองการมีเงินฝากจากธนาคารในประเทศไทย ณ ปัจจุบัน ไม่น้อยกว่า 400,000 บาท

– สำเนาสมุดบัญชีเงินฝากธนาคาร ณ วันที่ยื่นคำขอ มีเงินฝากคงอยู่ในบัญชีตลอดระยะเวลาย้อนหลัง 2 เดือนไม่น้อยกว่า 400,000 บาท

5.3 กรณีมีรายได้จากต่างประเทศ เช่น เงินบำนาญ ฯลฯ

– หนังสือรับรองจากสถานทูต หรือสถานกงสุลในประเทศไทยของผู้ยื่นคำขอ แสดงการมีรายได้จากเงินบำนาญหรือรายได้อื่น เดือนละไม่น้อยกว่า 40,000 บาท

5.4 กรณีมีรายได้เฉลี่ยทั้งปี (หลักฐานตามข้อ 5.3) และมีเงินฝากคำนวณรวมกันได้ไม่น้อยกว่า 400,000 บาท (หลักฐานตามตามข้อ 5.2)

6) เอกสารอื่นที่เกี่ยวข้อง เช่น กรณีที่พักอาศัยไม่ตรงตามทะเบียนบ้าน ให้แสดงหลักฐานสัญญาเช่าฯ หรือหนังสือรับรองจากเจ้าบ้าน พร้อมแนบสําเนาบัตรประชาชน และสําเนาทะเบียนบ้านของเจ้าบ้านที่เช่า หรือสําเนาแสดงกรรมสิทธิ์ของเจ้าของบ้าน พร้อมสําเนาบัตรประชาชน ฯลฯ

7) รูปถ่ายครอบครัวอยู่ที่พักอาศัย 4 รูป ถ่ายไว้ไม่เกิน 6 เดือน (หน้าบ้านให้เห็นบ้านเลขที่ 2 รูป, ในบ้าน 2 รูป ), แผนที่บ้าน

8) ค่าธรรมเนียม 1,900 บาท

9) เอกสารหรือหลักฐานอื่นตามที่คณะกรรมการติดตามการปฏิบัติราชการของพนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองของ สตม. กำหนด

หมายเหตุ

1)  ผู้ยื่นคําขอและคู่สมรส ต้องมาติดต่อด้วยตนเอง เพื่อมาให้ปากคํา
2) ให้นําหลักฐานเอกสารตัวจริงมาแสดงทุกครั้ง และถ่ายเอกสารพร้อมรับรองสําเนาถูกต้องด้วยลายมือชื่อของผู้ยื่นคําขอ

กรณีเป็นครอบครัวของผู้มีถิ่นที่อยู่ในราชอาณาจักร  (เฉพาะบิดา มารดา คู่สมรส บุตร บุตรบุญธรรม หรือบุตรของคู่สมรส)

ให้อนุญาตครั้งละไม่เกิน 1 ปี

หลักเกณฑ์การพิจารณา

  1. คนต่างด้าวต้องได้รับการตรวจลงตรา ประเภทคนอยู่ชั่วคราว
  2. มีหลักฐานแสดงความสัมพันธ์
  3. กรณีคู่สมรสต้องมีความสัมพันธ์กันทั้งทางนิตินัยและพฤตินัย หรือ
  4. กรณีบุตร บุตรบุญธรรม หรือบุตรของคู่สมรสขออยู่ในความอุปการะ บุตร บุตรบุญธรรม หรือบุตรของคู่สมรสนั้น ต้องยังไม่ได้สมรส และอยู่อาศัยเป็นส่วนแห่งครัวเรือนนั้น และต้องมีอายุไม่เกิน 20 ปี บริบูรณ์ เว้นแต่เจ็บป่วยหรือพิการ และไม่สามารถดำรงชีพได้โดยลำพัง ต้องอยู่ในความอุปการะของบิดาหรือมารดา หรือ
  5. กรณีบิดาหรือมารดา บิดาหรือมารดานั้นต้องมีอายุตั้งแต่ 50 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป

เอกสารประกอบที่ต้องใช้

  1. แบบคำขอ ตม.7
  2. สำเนาหนังสือเดินทางของผู้ยื่นคำขอ
  3. สำเนาเอกสารแสดงความสัมพันธ์กัน เช่น หลักฐานการสมรส สำเนาสูติบัตร หลักฐานการจดทะเบียนรับรองบุตร สำเนาทะเบียนบ้าน หลักฐานการจดทะเบียนรับบุตรบุญธรรม หรือหลักฐานอื่นจากส่วนราชการหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
  4. กรณีบุตร บุตรบุญธรรม หรือบุตรของคู่สมรสที่มีอายุเกิน 20 ปีบรบูรณ์ เจ็บป่วยหรือพิการและไม่สามารถดำรงชีพได้โดยลำพัง ต้องอยู่ในความอุปการะของบิดาหรือมารดา ให้มีใบรับรองและขอให้อยู่ต่อจากแพทย์ประจำโรงพยาบาลหรือจากสถาบันทางการแพทย์ที่อยู่ในสังกัดของรัฐมาแสดง
  5. สำเนาใบสำคัญถิ่นที่อยู่ และสำเนาใบสำคัญประจำตัวคนต่างด้าวของผู้มีถิ่นที่อยู่
  6. เอกสารหรือหลักฐานอื่นตามที่คณะกรรมการติดตามการปฏิบัติราชการของพนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองของสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองกำหนด

กรณีเป็นครอบครัวของคนต่างด้าวที่ ได้รับอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราวตามหลักเกณฑ์ข้อ 2.1, 2.2, 2.3, 2.5, 2.6, 2.7, 2.10, 2.12, 2.13, 2.14 ,2.15, 2.16, 2.17, 2.21, 2.22, 2.26, 2.27, 2.29, 2.32 ของคำสั่งนี้ หรือ มาตรา 34(1) (2) และ (7) รวมทั้งครอบครัวของคนต่างด้าวผู้ได้รับการตรวจลงตราประเภทคนอยู่ชั่วคราว โดยมีอักษร “A” (เอ) ต่อท้ายรหัสกำกับตามวัตถุประสงค์ที่เดินทางเข้ามา (เฉพาะบิดามารดา คู่สมรส (ชาย-หญิง) บุตร บุตรบุญธรรม หรือ บุตรของคู่สมรส) ยกเว้นการตรวจลงตราประเภทคนอยู่ชั่วคราว NON-Immigrant รหัส L-A)

ให้อนุญาตครั้งละไม่เกิน 1 ปี

หลักเกณฑ์การพิจารณา

  1. คนต่างด้าวต้องได้รับการตรวจลงตราประเภทราชการ หรือประเภทคนอยู่ชั่วคราว
  2. มีหลักฐานแสดงความสัมพันธ์
  3. กรณีคู่สมรสต้องมีความสัมพันธ์กันทั้งทางนิตินัยและพฤตินัย หรือ
  4. กรณีบุตร บุตรบุญธรรม หรือบุตรของคู่สมรสขออยู่ในความอุปการะ บุตร บุตรบุญธรรม หรือบุตรของคู่สมรสนั้น ต้องยังไม่ได้สมรส และอยู่อาศัยเป็นส่วนแห่งครัวเรือนนั้น และต้องมีอายุไม่เกิน 20 ปีบริบูรณ์ เว้นแต่เจ็บป่วยหรือพิการ และไม่สามารถดำรงชีพได้โดยลำพังต้องอยู่ในความอุปการะของบิดาหรือมารดา หรือ
  5. กรณีบิดาหรือมารดา บิดาหรือมารดานั้นต้องมีอายุตั้งแต่ 50 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป
  6. กรณีเป็นครอบครัวของคนต่างด้าวที่ได้รับอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราว ตามหลักเกณฑ์ ข้อ 2.27 ต้องได้รับการรับรองและร้องขอจากส่วนราชกรระดับกรมหรือเทียบเท่า หรือหัวหน้ารัฐวิสาหกิจ หรือหัวหน้าหน่วยงานอื่นของรัฐ หรือจากส่วนราชการตำรวจระดับกองบังคับการหรือเทียบเท่าขึ้นไป หรือจากส่วนราชการทหารระดับผู้บังคับหน่วยในสังกัดกระทรวงกลาโหม กองบัญชาการกองทัพไทย กองทัพบก กองทัพเรือ กองทัพอากาศ ซึ่งมีชั้นยศพลตรี พลเรือตรี พลอากาศตรีขึ้นไปในส่วนที่เกี่ยวข้อง หรือจากสถานทูตหรือสถานกงสุล หรือจากองค์การระหว่างประเทศ
  7. กรณีเป็นครอบครัวของคนต่างด้าวที่ได้รับอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราว ตามหลักเกณฑ์ข้อ 2.32 ต้องได้รับการรับรองและร้องขอจากหัวหน้าองค์กรซึ่งเป็นนายจ้างของคนต่างด้าวที่ได้รับอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราว ตามหลักเกณฑ์ ข้อ 2.32 และได้รับการรับรองจากการกีฬาแห่งประเทศไทย

เอกสารประกอบที่ต้องใช้

  1. แบบคำขอ ตม.7
  2. สำเนาหนังสือเดินทางของผู้ยื่นคำขอ
  3. สำเนาหนังสือเดินทางของคนต่างด้าวที่ได้รับอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักร
  4. สำเนาเอกสารแสดงความสัมพันธ์กัน เช่น
    หลักฐานการสมรส สำเนาสูติบัตร หลักฐานการจดทะเบียนรับรองบุตร สำเนาทะเบียนบ้าน หลักฐานการจดทะเบียนรับบุตรบุญธรรม หรือ หลักฐานอื่นจากส่วนราชการหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
  5. กรณีบุตร บุตรบุญธรรม หรือบุตรของคู่สมรสที่มีอายุเกิน 20 ปีบริบูรณ์ เจ็บป่วยหรือพิการและไม่สามารถดำรงชีพได้โดยลำพัง ต้องอยู่ในความอุปการะของบิดาหรือมารดา ให้มีใบรับรองและขอให้อยู่ต่อจากแพทย์ประจำโรงพยาบาลหรือจากสถาบันทางการแพทย์ที่อยู่ในสังกัดของรัฐมาแสดง
  6. กรณีเป็นครอบครัวของคนต่างด้าวที่ได้รับอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราวตามหลักเกณฑ์ข้อ 2.27 ต้องมีหนังสือรับรองและขอให้อยู่ต่อจากส่วนราชการระดับกรมหรือเทียบเท่า หรือหัวหน้ารัฐวิสาหกิจ หรือหัวหน้าหน่วยงานอื่นของรัฐที่เกี่ยวข้อง หรือจากส่วนราชการตำรวจระดับกองบังคับการหรือเทียบเท่าขึ้นไป หรือจากส่วนราชการทหารระดับผู้บังคับหน่วยในสังกัดกระทรวงกลาโหม กองบัญชาการกองทัพไทย กองทัพบก กองทัพเรือ กองทัพอากาศซึ่งมีชั้นยศพลตรี พลเรือตรี พลอากาศตรีขึ้นไปในส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง หรือจากสถานทูต หรือสถานทูต หรือจากองค์การระหว่างประเทศ
  7. กรณีเป็นครอบครัวของคนต่างด้าวที่ได้รับอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราวตามหลักเกณฑ์ข้อ 2.32 ต้องมีหนังสือรับรองและร้องขอจากหัวหน้าองค์กรซึ่งเป็นนายจ้างของคนต่างด้าวที่ได้รับอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราวตามหลักเกณฑ์ข้อ 2.32 และหนังสือรับรองจากการกีฬาแห่งประเทศไทย
  8. เอกสารหรือหลักฐานอื่นตามที่คณะกรรมการติดตามการปฏิบัติราชการของพนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองของสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองกำหนด

กรณีมีเหตุจำเป็นจะต้องอยู่ปฏิบัติงาน ในองค์การกุศลสาธารณะ องค์การเอกชนต่างประเทศ มูลนิธิ สมาคม หอการค้าต่างประเทศ สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย หรือสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กรณีมูลนิธิ และสมาคม ยกเว้นนักกีฬาอาชีพ)

(1) ให้อนุญาตครั้งละไม่เกิน 1 ปี

(2) กรณีไม่มีส่วนราชการตามหลักเกณฑ์การพิจารณาข้อ (3) (ด่านล่าง) รับรองมาให้อนุญาตครั้งละไม่เกิน 90 วัน แต่รวมแล้ว ไม่เกิน 1 ปี นับแต่วันที่เดินทางเข้ามาในราชอาณาจักร

หลักเกณฑ์การพิจารณา

  1. คนต่างด้าวต้องได้รับการตรวจลงตราประเภทคนอยู่ชั่วคราว
  2. ได้รับการรับรองและร้องขอจากผู้มีอำนาจ หรือผู้ดำรงตำแหน่งสูงสุดในองค์กรนั้น และ / หรือ
  3. ได้รับการรับรองและร้องขอจากหัวหน้าส่วนราชการระดับกรมหรือเทียบเท่าขึ้นไป หรือหัวหน้ารัฐวิสาหกิจ หรือหัวหน้าหน่วยงานอื่นของรัฐซึ่งเกี่ยวข้องกับองค์กรนั้น

เอกสารประกอบที่ต้องใช้

  1. แบบคำขอ ตม.7
  2. สำเนาหนังสือเดินทางของผู้ยื่นคำขอ
  3. สำเนาใบอนุญาตทำงาน
  4. สำเนาใบอนุญาตให้จัดตั้งองค์กรจากทางราชการ หรือสำเนาใบอนุญาตให้เข้ามา ดำเนินการจากส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง
  5. หนังสือรับรองและขอให้อยู่ต่อจากองค์กรนั้น
  6. บัญชีรายชื่อคนต่างด้าวที่ทำงานในองค์กร
  7. เฉพาะกรณีตามหลักเกณฑ์ข้อ (3)ให้แนบหนังสือรับรองและขอให้อยู่ต่อจากหัวหน้าส่วนราชการระดับกรมหรือเทียบเท่าขึ้นไป หรือหัวหน้ารัฐวิสาหกิจ หรือหัวหน้าหน่วยงานอื่นของรัฐซึ่งเกี่ยวข้องกับองค์กรนั้น
  8. เอกสารหรือหลักฐานอื่นตามที่คณะกรรมการติดตามการปฏิบัติราชการของพนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองของสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองกำหนด

กรณีใช้ชีวิตในบั้นปลาย

(1) ให้อนุญาตครั้งละไม่เกิน 1 ปี

(2) คนต่างด้าวที่ได้รับการตรวจลงตราประเภทคนอยู่ชั่วคราว (Non-Immigrant Visa) รหัส O-A ตามหลักเกณฑ์การพิจารณา (6) ให้อนุญาตตามระยะเวลาความคุ้มครองของกรมธรรม์ ครั้งละไม่เกิน 1 ปี

 

หลักเกณฑ์การพิจารณา

  1. คนต่างด้าวต้องได้รับการตรวจลงตราประเภทคนอยู่ชั่วคราว
  2. มีอายุตั้งแต่ 50 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป
  3. มีหลักฐานการมีเงินได้ไม่น้อยกว่า เดือนละ 65,000 บาท หรือ
  4. ก่อนยื่นคำขอไม่น้อยกว่า 2 เดือน และหลังจากได้รับอนุญาตไม่น้อยกว่า 3 เดือน จะต้องมีเงินฝากคงอยู่ในบัญชีธนาคารพาณิชย์ที่ตั้งอยู่ในประเทศไทย ไม่น้อยกว่า 800,000 บาท โดยเมื่อได้รับอนุญาตแล้ว 3 เดือน สามารถถอนเงินฝากนั้นได้ โดยต้องมีเงินคงเหลือในบัญชีไม่น้อยกว่า 400,000 บาท หรือ
  5. มีเงินได้ในรอบปีและมีเงินฝากธนาคารพาณิชย์ที่ตั้งอยู่ในประเทศไทยคำนวณรวมกันได้ไม่น้อยกว่า 800,000 บาท นับถึงวันยื่นคำขอ ทั้งนี้ เงินฝากธนาคารจะต้องคงอยู่ในบัญชีก่อนยื่นคำขอและหลังได้รับอนุญาต รวมทั้งสามารถถอนเงินฝากได้เช่นเดียวกับ (4)
  6. เฉพาะคนต่างด้าวที่ได้รับการตรวจลงตราประเภทคนอยู่ชั่วคราว (Non Immigrant Visa) รหัส O-A ต้องมีประกันสุขภาพหรือสวัสดิการภาครัฐจากต่างประเทศที่มีวงเงินคุ้มครองค่ารักษาพยาบาล และมีประกันที่ครอบคลุมการรักษาโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ไม่น้อยกว่า 100,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือ 3,000,000 บาท คุ้มครองตลอดระยะเวลาที่พำนักในราชอาณาจักร
    6.1) กรณีซื้อประกันสุขภาพของไทย ให้ซื้อกรมธรรม์แบบออนไลน์ผ่านเว็บไซต์ longstay.tgia.org
    6.2) กรณีซื้อประกันสุขภาพต่างประเทศ หรือมีสวัสดิการภาครัฐจากต่างประเทศต้องได้รับการรับรองจากสถานเอกอัครราชทูตต่างประเทศประจำประเทศไทย หรือการรับรองลายมือชื่อของผู้มีอำนาจลงนามในเอกสารที่มาแสดง (Notary) จากกระทรวงการต่างประเทศของผู้ยื่นคำขอ
    6.3) กรณีบริษัทประกันปฏิเสธการซื้อประกันประกันสุขภาพทั้งหมดหรือบางส่วน ต้องมีเงินฝากคงอยู่ในบัญชีธนาคารพาณิชย์ที่ตั้งอยู่ในประเทศไทย ไม่น้อยกว่า 3,000,000 บาท ก่อนยื่นคำขอไม่น้อยกว่า 2 เดือน หรือมีเงินฝากคงอยู่ในบัญชีธนาคารพาณิชย์ที่ตั้งอยู่ในประเทศไทย และวงเงินประกันสุขภาพอื่น คำนวณรวมกันไม่น้อยกว่า 3,000,000 บาท สำหรับใช้ในการรักษาพยาบาล โดยต้องมีหลักฐานการปฏิเสธการซื้อประกันสุขภาพซึ่งรับรองโดยบริษัทประกันภัยนั้น หรือได้รับการรับรองจากสถานเอกอัครราชทูตต่างประเทศประจำประเทศไทย หรือการรับรองลายมือชื่อของผู้มีอำนาจลงนามในเอกสารที่มาแสดง (Notary) จากกระทรวงการต่างประเทศของผู้ยื่นคำขอ แล้วแต่กรณี
  7. คนต่างด้าวซึ่งเดินทางเข้ามาในราชอาณาจักร ก่อนวันที่ 21 ตุลาคม 2541 และได้รับอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรเพื่อใช้ชีวิตในบั้นปลายต่อเนื่องตลอดมา ให้ใช้หลักเกณฑ์ดังนี้
    (ก) อายุ 60 ปีขึ้นไป และมีรายได้ที่แน่นอน โดยมีเงินฝากคงอยู่ในบัญชีตลอดระยะเวลาย้อนหลัง 3 เดือนไม่น้อยกว่าปีละ 200,000 บาท หรือมีรายได้ไม่น้อยกว่าเดือนละ 20,000 บาท
    (ข) อายุไม่ถึง 60 ปีแต่ไม่น้อยกว่า 55 ปี ต้องมีรายได้ที่แน่นอนโดยมีเงินฝากคงอยู่ในบัญชีตลอดระยะเวลาย้อนหลัง 3 เดือน ไม่น้อยกว่าปีละ 500,000 บาท หรือมีรายได้ไม่น้อยกว่า เดือนละ 50,000 บาท

เอกสารประกอบที่ต้องใช้

  1. แบบคำขอ ตม.7
  2. สำเนาหนังสือเดินทางของผู้ยื่นคำขอ
  3. หลักฐานแสดงการมีเงินได้ เช่น เงินบำนาญ หรือการได้รับดอกเบี้ย หรือเงินปันผล เป็นต้น และ / หรือ
  4. หนังสือรับรองการมีเงินฝากจากธนาคารพาณิชย์ ที่ตั้งอยู่ในประเทศไทย และสำเนาบัญชีธนาคาร
  5. เฉพาะคนต่างด้าวตามหลักเกณฑ์การพิจารณา (6)
    5.1) กรณีซื้อประกันสุขภาพของไทยต้องมีหลักฐานแสดงการประกันภัยตามแบบที่สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) อนุมัติ โดยสามารถตรวจสอบผ่านเว็บไซต์ longstay.tgia.org
    5.2) กรณีซื้อประกันสุขภาพต่างประเทศ หรือมีสวัสดิการภาครัฐจากต่างประเทศ ต้องมีเอกสารการรับรองจากสถานเอกอัครราชทูตต่างประเทศประจำประเทศไทย หรือหนังสือรับรองลายมือชื่อของผู้มีอำนาจลงนามในเอกสารที่มาแสดง (Notary) จากกระทรวงการต่างประเทศของผู้ยื่นคำขอ ตามแบบที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนด
    5.3) กรณีบริษัทประกันภัยปฏิเสธการซื้อประกันสุขภาพทั้งหมดหรือบางส่วน
            5.3.1) หากซื้อประกันสุขภาพในประเทศไทย ต้องมีหนังสือปฏิเสธการซื้อประกันรับรองโดยบริษัทประกันภัยนั้น
            5.3.2) หากซื้อประกันสุขภาพจากต่างประเทศ ต้องมีหนังสือรับรองลายมือชื่อของผู้มีอำนาจลงนามในเอกสารที่มาแสดง (Notary) จากกระทรวงการต่างประเทศของผู้ยื่นคำขอตามแบบที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนด
  6. กรณีตามหลักเกณฑ์ ข้อ (7) ให้แสดงเอกสารเช่นเดียวกับข้อ 1 – 4 ข้างต้น
  7. เอกสารหรือหลักฐานอื่นตามที่คณะกรรมการติดตามการปฏิบัติราชการของพนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองของสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองกำหนด

กรณีกลับภูมิลำเนาเดิมของผู้เคยมีสัญชาติไทย หรือของผู้ที่มีบิดาหรือมารดาเป็นบุคคลสัญชาติไทยหรือเคยมีสัญชาติไทย

ให้อนุญาตครั้งละไม่เกิน 1 ปี

หลักเกณฑ์การพิจารณา

  1. มีหลักฐานแสดงว่าเดิมเคยมีสัญชาติไทย หรือแสดงว่าบิดาหรือมารดามีสัญชาติไทย หรือเคยมีสัญชาติไทย

เอกสารประกอบที่ต้องใช้

  1. แบบคำขอ ตม.7
  2. สำเนาหนังสือเดินทางของผู้ยื่นคำขอ
  3. สำเนาเอกสารแสดงว่าเดิมเคยมีสัญชาติไทย หรือแสดงว่าบิดา หรือมารดามีสัญชาติไทย หรือเคยมีสัญชาติไทย (กรณีหลักฐานแสดงการมีสัญชาติไทยมีข้อมูลไม่ตรงกับหนังสือเดินทาง ให้ใช้หนังสือรับรองจากสถานทูต หรือสถานกงสุล หรือหลักฐานเอกสารที่ยืนยันว่าเป็นบุคคลเดียวกัน เช่น บันทึกสอบปากคำของบุคคลที่น่าเชื่อถือ)
  4. เอกสารหรือหลักฐานอื่นตามที่คณะกรรมการติดตามการปฏิบัติราชการของพนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองของสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองกำหนด

กรณีเพื่อเยี่ยมคู่สมรสหรือเยี่ยมบุตร ซึ่งมีสัญชาติไทย

ให้อนุญาตครั้งเดียวไม่เกิน 60 วัน

หลักเกณฑ์การพิจารณา

  1. มีหลักฐานแสดงความสัมพันธ์
  2. กรณีคู่สมรสต้องมีความสัมพันธ์กันทั้งทางนิตินัยและพฤตินัย

เอกสารประกอบที่ต้องใช้

  1. แบบคำขอ ตม.7
  2. สำเนาหนังสือเดินทางของผู้ยื่นคำขอ
  3. สำเนาทะเบียนบ้าน
  4. สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้มีสัญชาติไทย
  5. สำเนาทะเบียนสมรส หรือสำเนาสูติบัตร
  6. เอกสารหรือหลักฐานอื่นตามที่คณะกรรมการติดตามการปฏิบัติราชการของพนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองของสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองกำหนด
ก. กรณีเพื่อรับการรักษาพยาบาลหรือการพักฟื้นหรือเพื่อดูแลผู้ป่วย

ให้อนุญาตครั้งละไม่เกิน 90 วัน

หลักเกณฑ์การพิจารณา

  1. ได้รับการรับรองและร้องขอจากแพทย์ประจำโรงพยาบาล หรือจากสถาบันทางการแพทย์ที่อยู่ในสังกัดของรัฐที่ทำการตรวจรักษา โดยให้ปรากฏรายละเอียดเกี่ยวกับอาการป่วย ระยะเวลาในการรักษา และความเห็นของแพทย์ผู้รักษาว่าอาการป่วยนั้นเป็นอุปสรรคต่อการเดินทาง
  2. กรณีดูแลผู้ป่วยต้องได้รับการรับรองและร้องขอจากแพทย์ประจำโรงพยาบาลหรือจากสถาบันทางการแพทย์ที่อยู่ในสังกัดของรัฐที่ทำการตรวจรักษา หรือจากสถานทูต หรือสถานกงสุล
  3. ผู้ดูแลผู้ป่วย นอกจากบิดามารดา คู่สมรส บุตร บุตรบุญธรรม หรือบุตรของคู่สมรสแล้ว ให้อนุญาตได้อีกไม่เกิน 1 คน

เอกสารประกอบที่ต้องใช้

  1. แบบคำขอ ตม.7
  2. สำเนาหนังสือเดินทางของผู้ยื่นคำขอ
  3. หนังสือรับรองและขอให้อยู่ต่อจากแพทย์ประจำโรงพยาบาลหรือจากสถาบันทางการแพทย์ที่อยู่ในสังกัดของรัฐที่ทำการตรวจรักษา
  4. เฉพาะกรณีดูแลผู้ป่วยให้แนบหนังสือรับรองและขอให้อยู่ต่อจากแพทย์ประจำโรงพยาบาล หรือจากสถาบันทางการแพทย์ที่อยู่ในสังกัดของรัฐที่ทำการตรวจรักษา และเอกสารแสดงความสัมพันธ์ (กรณีผู้ดูแลซึ่งเป็นส่วนแห่งครัวเรือน) เช่น หลักฐานการสมรส สำเนาสูติบัตร หลักฐานการจดทะเบียนรับรองบุตร เป็นต้น โดยได้รับการรับรองจากสถานทูต หรือสถานกงสุล
  5. เอกสารหรือหลักฐานอื่นตามที่คณะกรรมการติดตามการปฏิบัติราชการของพนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองของสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองกำหนด
ข. กรณีคนต่างด้าวซึ่งเข้ามาในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราวเพื่อรับการรักษาพยาบาลและผู้ติดตามได้รับการยกเว้นการตรวจลงตราและอยู่ในราชอาณาจักรได้ไม่เกิน 90 วัน สำหรับคนชาติราชอาณาจักรบาร์เรน รัฐคูเวต รัฐสุลต่านโอมาน รัฐกาตาร์ ราชอาณาจักรซาอุดิอาระเบีย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และประเทศอื่น ตามที่ประกาศกระทรวงมหาดไทยจะได้กำหนด

ให้อนุญาตครั้งละไม่เกิน 90 วัน แต่รวมแล้วไม่เกิน 1 ปี นับแต่วันที่เดินทางเข้ามาในราชอาณาจักร

หลักเกณฑ์การพิจารณา

  1. ผู้รับการรักษาพยาบาลและผู้ดูแลผู้ป่วย ต้องได้รับการรับรองและร้องขอจากสถานพยาบาลในประเทศไทยตามประกาศรายชื่อที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนดที่ทำการตรวจรักษา และออกโดยกระทรวงสาธารณสุข
  2. ผู้ดูแลผู้ป่วย ได้แก่ บิดา มารดา คู่สมรส บุตร บุตรบุญธรรม หรือบุคคลอื่นตามเอกสารแสดงรายชื่อที่ผู้รับการรักษาพยาบาลลงลายชื่อรับรองเอกสาร จำนวนไม่เกิน 3 คน

เอกสารประกอบที่ต้องใช้

  1. แบบคำขอ ตม.7
  2. สำเนาหนังสือเดินทางของผู้ยื่นคำขอ
  3. หนังสือรับรองหรือร้องขอจากสถานพยาบาลในประเทศไทยตามประกาศรายชื่อที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนดที่ทำการตรวจรักษา หรือจากกระทรวงสาธารณสุข
  4. ผู้รับการรักษาพยาบาล ให้แนบเอกสารเกี่ยวกับการรักษาพยาบาลที่ออกโดยสถานพยาบาลในประเทศไทยตามประกาศรายชื่อที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนดที่ได้รับการตรวจสอบโดยกระทรวงสาธารณสุข หรือออกโดยกระทรวงสาธารณสุข ได้แก่ เอกสารการนัดหมายเข้ารับการรักษาพยาบาล เอกสารการรับรองการรักษาพยาบาลของแพทย์ เอกสารยืนยันการเข้ารับการรักษาพยาบาล หรือเอกสารทางการแพทย์ประเภทอื่น
  5. ผู้ดูแลผู้ป่วย กรณีที่เป็นบิดา มารดา คู่สมรส บุตรหรือบุตรบุญธรรม ให้แนบเอกสารแสดงความสัมพันธ์ในครอบครัว เช่น สำเนาทะเบียนบ้าน สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน สำเนาทะเบียนสมรส สำเนาสูติบัตร สำเนาใบรับรองบุตร หรือหนังสือรับรองจากผู้รับการรักษาพยาบาลในกรณีที่ไม่ได้จดทะเบียนสมรส สำหรับบุคคลอื่นนอกเหนือจากบิดา มารดา คู่สมรส บุตร หรือบุตรบุญธรรมให้แนบสัญญาจ้าง หรือหนังสือรับรองจากผู้เข้ารับการรักษาพยาบาล โดยทั้งสองกรณีต้องแนบเอกสารแสดงรายชื่อผู้ดูแลแลผู้ป่วยซึ่งผู้รับการรักษาพยาบาลลงลายมือชื่อรับรองเอกสาร
    ทั้งนี้ เอกสารดังกล่าวข้างต้น ต้องรับรองโดยสถานทูตหรือหน่วยงานราชการของประเทศในกลุ่มประเทศสมาชิกคณะมนตรีความร่วมมือรัฐอ่าวอาหรับ (GCC : Gulf Cooperation Council) หรือประเทศอื่นตามประกาศกระทรวงมหาดไทย ตามแบบฟอร์มเอกสารหนังสือรับรองความเป็นญาติและผู้ติดตามของผู้รับบริการรักษาพยาบาล (Affidavit of Support) โดยแปลเป็นภาษาไทยหรือภาษาอังกฤษ
  6. เอกสารหรือหลักฐานอื่นตามที่คณะกรรมการติดตามการปฏิบัติราชการของพนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองของสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองกำหนด

กรณีเพื่อการดำเนินคดีหรือดำเนิน กระบวนพิจารณาอันเกี่ยวกับคดี

พิจารณาตามความจำเป็นแห่งคดีหากจะอนุญาต ให้อนุญาตครั้งละไม่เกิน 90 วัน

หลักเกณฑ์การพิจารณา

  1. มีหลักฐานยืนยันว่าเป็นผู้เกี่ยวข้องกับการดำเนินคดี หรือดำเนินกระบวนพิจารณาอันเกี่ยวกับคดี โดยเป็นผู้กล่าวหา ผู้เสียหาย ผู้ต้องหา โจทก์ จำเลย หรือพยาน
  2. ไม่มีพฤติการณ์ที่จะประวิงเวลาการอยู่ในราชอาณาจักร

เอกสารประกอบที่ต้องใช้

  1. แบบคำขอ ตม.7
  2. สำเนาหนังสือเดินทางของผู้ยื่นคำขอ
  3. หนังสือรับรองจากพนักงานสอบสวนที่เกี่ยวข้องกับคดี หรือหนังสือหรือเอกสารทางราชการที่ยืนยันว่าเป็นผู้เกี่ยวข้องกับการดำเนินคดี หรือดำเนินกระบวนพิจารณาอันเกี่ยวกับคดี
  4. เอกสารหรือหลักฐานอื่นตามที่คณะกรรมการติดตามการปฏิบัติราชการของพนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองของสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองกำหนด

กรณีปฏิบัติหน้าที่หรือภารกิจให้แก่ส่วนราชการ หรือรัฐวิสาหกิจ หรือหน่วยงานอื่นของรัฐ หรือสถานทูต หรือสถานกงสุล หรือองค์การระหว่างประเทศ

ให้อนุญาตครั้งละไม่เกิน 90 วัน เว้นแต่มีความจำเป็นเฉพาะรายให้อนุญาตครั้งละไม่เกิน 1 ปี

หลักเกณฑ์การพิจารณา

  1. ได้รับการรับรองและร้องขอจากส่วนราชการระดับกรม หรือเทียบเท่า หรือหัวหน้ารัฐวิสาหกิจ หรือหัวหน้าหน่วยงานอื่นของรัฐ หรือจากส่วนราชการตำรวจระดับกองบังคับการหรือเทียบเท่าขึ้นไป หรือจากส่วนราชการทหารระดับผู้บังคับหน่วยในสังกัดกระทรวงกลาโหม กองบัญชาการกองทัพไทย กองทัพบก กองทัพเรือ กองทัพอากาศ ซึ่งมีชั้นยศพลตรี พลเรือตรี พลอากาศตรี ขึ้นไปในส่วนที่เกี่ยวข้อง หรือจากสถานทูต หรือสถานกงสุล หรือจากองค์การระหว่างประเทศองค์การระหว่างประเทศ

เอกสารประกอบที่ต้องใช้

  1. แบบคำขอ ตม.7
  2. สำเนาหนังสือเดินทางของผู้ยื่นคำขอ
  3. หนังสือรับรองและขอให้อยู่ต่อจากส่วนราชการระดับกรม หรือเทียบเท่า หรือหัวหน้ารัฐวิสาหกิจ หรือหัวหน้าหน่วยงานอื่นของรัฐที่ เกี่ยวข้อง หรือจากส่วนราชการตำรวจระดับกองบังคับการ หรือเทียบเท่าขึ้นไป หรือจากส่วนราชการทหารระดับผู้บังคับหน่วยในสังกัดกระทรวงกลาโหม กองบัญชาการกองทัพไทย กองทัพบก กองทัพเรือ กองทัพอากาศ ซึ่งมีชั้นยศพลตรี พลเรือตรี พลอากาศตรีขึ้นไป ในส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง หรือจากสถานทูต หรือสถานกงสุล หรือจากองค์การระหว่างประเทศ
  4. เอกสารหรือหลักฐานอื่นตามที่คณะกรรมการติดตามการปฏิบัติราชการของพนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองของสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองกำหนด

กรณีมีเหตุจำเป็นโดยมีสถานทูต หรือสถานกงสุล ให้การรับรองและร้องขอ

(1) กรณีมีเหตุจำเป็นให้อนุญาตครั้งละไม่เกิน 30 วัน

(2) เฉพาะกรณีฝึกงานให้อนุญาตครั้งละไม่เกิน 90 วัน

 

หลักเกณฑ์การพิจารณา

  1. ได้รับการรับรองและร้องขอจากสถานทูต หรือสถานกงสุล
  2. กรณีฝึกงานคนต่างด้าวนั้นต้องได้รับการตรวจลงตราประเภทคนอยู่ชั่วคราว

เอกสารประกอบที่ต้องใช้

  1. แบบคำขอ ตม.7
  2. สำเนาหนังสือเดินทางของผู้ยื่นคำขอ
  3. หนังสือรับรองและขอให้อยู่ต่อจากสถานทูต หรือสถานกงสุลประจำประเทศไทย ฉบับจริงหรือจดหมายอิเล็กทรอนิกส์
  4. เฉพาะกรณีฝึกงาน ให้แนบสำเนาใบอนุญาตทำงาน
  5. เอกสารหรือหลักฐานอื่นตามที่คณะกรรมการติดตามการปฏิบัติราชการของพนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองของสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองกำหนด

กรณีเพื่อพิสูจน์สัญชาติ

ให้อนุญาตครั้งละไม่เกิน 180 วัน

หลักเกณฑ์การพิจารณา

  1. ได้รับการรับรองจากส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง

เอกสารประกอบที่ต้องใช้

  1. แบบคำขอ ตม.7
  2. สำเนาหนังสือเดินทางของผู้ยื่นคำขอ
  3. หนังสือรับรองจากส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง
  4. เอกสารหรือหลักฐานอื่นตามที่คณะกรรมการติดตามการปฏิบัติราชการของพนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองของสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองกำหนด

กรณีเป็นนักแสดง นักร้อง นักดนตรี ผู้ควบคุมการแสดง ตลอดจนผู้มีหน้าที่เกี่ยวข้องกับการแสดงเพื่อการบันเทิง หรือมหรสพ โดยมาเปิดการแสดงเป็นครั้งคราว

ให้อนุญาตครั้งละไม่เกิน 90 วัน

หลักเกณฑ์การพิจารณา

  1. ได้รับการรับรองและร้องขอจากภาคเอกชนที่เกี่ยวข้อง

เอกสารประกอบที่ต้องใช้

  1. แบบคำขอ ตม.7
  2. สำเนาหนังสือเดินทางของผู้ยื่นคำขอ
  3. หลักฐานการได้รับอนุญาตจากกระทรวงแรงงาน
  4. หนังสือรับรองและขอให้อยู่ต่อจากภาคเอกชนที่เกี่ยวข้อง
  5. เอกสารหรือหลักฐานอื่นตามที่คณะกรรมการติดตามการปฏิบัติราชการของพนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองของสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองกำหนด

กรณีเป็นผู้ควบคุมพาหนะและคนประจำพาหนะ ที่เข้ามายังท่า สถานี หรือท้องที่ในราชอาณาจักรและยังไม่สามารถเดินทางออกนอกราชอาณาจักรได้

ให้อนุญาตครั้งละไม่เกิน 90 วัน

หลักเกณฑ์การพิจารณา

  1. คนต่างด้าวต้องได้รับการตรวจลงตราประเภทคนเดินทางผ่านราชอาณาจักร
  2. ให้พิจารณาจากเหตุผลความจำเป็นที่ไม่สามารถเดินทางออกได้

เอกสารประกอบที่ต้องใช้

  1. แบบคำขอ ตม.7
  2. สำเนาหนังสือเดินทางของผู้ยื่นคำขอ
  3. หนังสือรับรองและขอให้อยู่ต่อจากองค์กร หรือหน่วยงานราชการ หรือเอกชนที่เกี่ยวข้อง
  4. เอกสารหรือหลักฐานอื่นตามที่คณะกรรมการติดตามการปฏิบัติราชการของพนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองของสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองกำหนด

กรณีเป็นนักกีฬาอาชีพ หรือบุคคลากรที่เกี่ยวข้องด้านกีฬาอาชีพ

ให้อนุญาตครั้งละไม่เกิน 1 ปี

หลักเกณฑ์การพิจารณา

  1. คนต่างด้าวต้องได้รับการตรวจลงตราประเภทคนอยู่ชั่วคราว
  2. คนต่างด้าวต้องมีรายได้ขั้นต่ำไม่น้อยกว่า 40,000 บาทต่อเดือน
  3. ได้รับการรับรองและร้องขอจากหัวหน้าองค์กรนั้น
  4. ได้รับการรับรองจากการกีฬาแห่งประเทศไทย
  5. กรณีบริษัท ต้องเป็นธุรกิจซึ่งมีทุนจดทะเบียนที่ชำระแล้วไม่ต่ำกว่า 2 ล้านบาท

เอกสารประกอบที่ต้องใช้

  1. แบบคำขอ ตม.7
  2. สำเนาหนังสือเดินทางของผู้ยื่นคำขอ
  3. หนังสือรับรองคนต่างด้าวเข้าทำงานตามแบบของสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.1)
  4. สำเนาใบอนุญาตทำงานหรือใบรับคำขอกรณีเปลี่ยนสถานประกอบการและใบอนุญาตทำงานยังมีอายุใช้ได้อยู่
  5. สำเนาหลักฐานการจดทะเบียนขององค์กรนั้น เช่น หนังสือรับรองการจดทะเบียนบริษัทฉบับนายทะเบียนรับรองไม่เกิน 6 เดือน หรือสำเนาใบอนุญาตให้จัดตั้งองค์กรจากทางราชการ หรือสำเนาใบอนุญาตให้เข้ามาดำเนินการจากส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง
  6. สำเนาบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้นฉบับนายทะเบียนรับรองไม่เกิน 6 เดือน (เฉพาะกรณีบริษัท)
  7. หนังสือรับรองจากบริษัท สมาคม สโมสร หรือองค์กรยืนยันการจ้างผู้ยื่นคำขอ
  8. สัญญาการจ้างงาน
  9. หนังสือรับรองจากการกีฬาแห่งประเทศไทย
  10. สำเนาหลักฐานรับรองภาษาอังกฤษระบุการเป็นนักกีฬาของบริษัท สมาคม/สโมสรฟุตบอลที่ผู้ยื่นคำขอเล่นอยู่/เคยเล่น
    ผ่านการรับรองจากกระทรวงการต่างประเทศหรือหน่วยงานที่รับผิดชอบของประเทศนั้นๆ ที่ใช้ประกอบการยื่นขอรับ
    การตรวจลงตราก่อนเดินทางเข้ามาในราชอาณาจักร
  11. สำเนาหนังสือรับรองว่าไม่มีประวัติอาชญากรรม/ยาเสพติดจากประเทศที่คนต่างด้าวพำนักอยู่ที่ใช้ประกอบการยื่นขอรับ
    การตรวจลงตราก่อนเดินทางเข้ามาในราชอาณาจักร
  12. สำเนาแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา (ภ.ง.ด.91) ของคนต่างด้าวผู้ยื่นคำขอปีล่าสุด พร้อมใบเสร็จรับเงิน (ถ้ามี) ต้องผ่าน
    การรับรองความถูกต้องจากสรรพากร
  13. แผนที่แสดงสถานที่ทำงานของผู้ยื่นคำขอ และภาพถ่ายสถานที่ประกอบการขณะเปิดทำการ
    – ภายนอกอาคาร ให้ปรากฏเลขที่ตั้ง และป้ายชื่อสถานประกอบการให้ชัดเจน
    – ภายในอาคาร ให้ปรากฏภาพคนต่างด้าวผู้ยื่น พร้อมด้วยคณะกรรมการบริษัท และพนักงานคนไทยขณะปฏิบัติงานอยู่
  14. เอกสารหรือหลักฐานอื่นตามที่คณะกรรมการติดตามการปฏิบัติราชการของพนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองของสำนักงาน
    ตรวจคนเข้าเมืองกำหนด (แบบ สตม.2)
  15. บัญชีรายชื่อคนต่างด้าวที่ทำงานในองค์กร
  16. กรณีมีครอบครัวติดตามมาอยู่ด้วย ให้แสดงหลักฐานครอบครัว ได้แก่ ทะเบียนสมรส ใบเกิดบุตร หากออกโดยรัฐบาลในต่างประเทศให้ผ่านการรับรองจากสถานทูตของประเทศนั้นๆ
  17. หนังสือรับทราบแนวทางปฏิบัติการห้ามเข้ามาในราชอาณาจักร
  18. หนังสือมอบอำนาจติดอากรแสตมป์เรียบร้อย พร้อมแนบสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนผู้มอบและผู้รับมอบ

 หมายเหตุ :  เอกสารนอกเหนือจากการรับรองโดยหน่วยงานของรัฐ ให้กรรมการผู้มีอำนาจตามหนังสือรับรองจดทะเบียนกำหนดไว้เป็นผู้ลงนามรับรองเอกสารและประทับตราบริษัททุกแผ่น

กรณี B.O.I. , การนิคมฯ , กรมเชื้อเพลิง , รับรอง

เอกสารประกอบที่ต้องใช้

  1. แบบฟอร์ม ตม.7 ( ค่าธรรมเนียม 1,900 บาท)
  2. แบบฟอร์ม ตม.8 ( ค่าธรรมเนียม S= 1,000 บาท, M=3,800 บาท )
  3. รูปถ่าย ขนาด 4 x 6 ซม. ถ่ายไม่เกิน 6 เดือน จำนวน 2 รูป
  4. หนังสือรับรองจาก B.O.I., การนิคมอุตสาหกรรม, กรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ
  5. สำเนาหนังสือเดินทาง พร้อมหนังสือเดินทางฉบับจริง
    –ใช้หน้าที่มีรูปถ่าย
    – หน้าวีซ่า Non ครั้งแรก
    – การเดินทางครั้งแรกของ Non
    – หน้าวีซ่า ที่ได้รับการอนุญาตครั้งสุดท้าย
    – หน้า Re-Entry สุดท้าย
    – หน้าการเดินทางเข้าประเทศครั้งสุดท้าย
    – บัตร ตม.6
  6. แบบฟอร์ม สตม.2 ( การรับทราบเงื่อนไขการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักร )

หมายเหตุ

ติดต่อที กองกำกับการ 3 กองบังคับการตรวจคนเข้าเมือง 1
อาคารจัตุรัสจามจุรี ชั้น 18 เลขที่ 319 ถ.พญาไท
เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ โทร. 0-22090–1100 ต่อ 1016

กรณีเข้ามาประจำสำนักงานผู้แทนของนิติบุคคลต่างประเทศในธุรกิจการค้าระหว่างประเทศ สำนักงานภูมิภาคของบริษัทข้ามชาติ และสำนักงานสาขา

เอกสารประกอบที่ต้องใช้

  1. แบบฟอร์ม ตม.7 พร้อมรูปถ่ายขนาด 4 x 6 ซม. จำนวน 1 รูป
  2. สำเนาหนังสือเดินทาง และสำเนาใบอนุญาตทำงาน
  3. หนังสือชี้แจงตำแหน่งของคนต่างด้าวที่ปฏิบัติงานในบริษัท โดยให้ระบุ
    – ลักษณะธุรกิจ
    – เหตุผลความจำเป็นในการจ้าง ระบุตำแหน่ง อัตราเงินเดือน คุณวุฒิ
    – จำนวนพนักงานคนไทยและคนต่างด้าวที่มาปฏิบัติงานในบริษัท
  4. ใบอนุญาตประกอบธุรกิจ และหนังสือรับรองการประกอบธุรกิจ
  5. หลักฐานการนำเงินเข้ามาในราชอาณาจักรตามเงื่อนไขใบอนุญาตประกอบธุรกิจ
  6. หนังสือแต่งตั้งจากสำนักงานใหญ่ ( Power of Attorney )
  7. รายการภาษีเงินได้ของคนต่างด้าวและพนักงานคนไทย (ภ.ง.ด.1 ) เดือนล่าสุด พร้อมใบเสร็จรับเงิน
  8. รายการภาษีเงินได้ของคนต่างด้าว ( ภ.ง.ด.91 ) ปีล่าสุด พร้อมใบเสร็จรับเงิน
  9. สำเนาแบบรายการแสดงการส่งเสริมเงินสบทบตามที่ได้ยื่นไว่ต่อสำนักงานประกันสังคม ( สปส.1-10 ) เดือนล่าสุด
  10. แผนที่แสดงที่ตั้งของสำนักงาน
  11. กรณีมีครอบครัวติดตามมาอยู่ด้วย ให้แสดงหลักฐานความเป็นครอบครัว เช่น ใบทะเบียนสมรส ใบสูติบัตร หรือหนังสือรับรองจากสถานทูต
  12. หนังสือรับทราบเงื่อนไขการอนุญาตให้อยู่ต่อในองค์กร

หมายเหตุ

ติดต่อที กองกำกับการ 3 กองบังคับการตรวจคนเข้าเมือง 1
อาคารจัตุรัสจามจุรี ชั้น 18 เลขที่ 319 ถ.พญาไท
เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ โทร. 0-22090–1100 ต่อ 1016

กรณีปฏิบัติหน้าที่สื่อมวลชน โดยได้รับการอนุญาตจากทางราชการ

เอกสารประกอบที่ต้องใช้

  1. แบบฟอร์ม ตม.7 พร้อมรูปถ่ายขนาด 4 x 6 ซม. จำนวน 1 รูป
  2. แบบฟอร์ม ตม.8 พร้อมรูปถ่ายขนาด 4 x 6 ซม. จำนวน 1 รูป
  3. สำเนาหนังสือเดินทาง และสำเนาใบอนุญาตทำงาน
  4. หนังสือรับรองจากกรมสารนิเทศ กระทรวงการต่างประเทศ หรือส่วนราชการที่เกี่ยวข้องระดับกรม หรือ เทียบเท่า

หมายเหตุ

ติดต่อที กองกำกับการ 3 กองบังคับการตรวจคนเข้าเมือง 1
อาคารจัตุรัสจามจุรี ชั้น 18 เลขที่ 319 ถ.พญาไท
เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ โทร. 0-22090–1100 ต่อ 1016

กรณีติดตามครอบครัว

เอกสารประกอบที่ต้องใช้

  1. แบบฟอร์ม ตม.7 พร้อมรูปถ่ายขนาด 4 x 6 ซม. จำนวน 1 รูป
  2. สำเนาหนังสือเดินทางของผู้ยื่นขออยู่ต่อ
  3. สำเนาหนังสือเดินทางของคนต่างด้าวที่ได้รับอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักร
  4. สำเนาเอกสารแสดงความสัมพันธ์กัน เช่น หลักฐานการจดทะเบียนสมรส สำเนาสูติบัตร หลักฐานการจดทะเบียนรับรองบุตร สำเนาทะเบียนบ้าน หลักฐานการจดทะเบียนรับบุตรบุญธรรม หรือหลักฐานอื่นจากส่วนราชการ หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

หมายเหตุ

ติดต่อที กองกำกับการ 3 กองบังคับการตรวจคนเข้าเมือง 1
อาคารจัตุรัสจามจุรี ชั้น 18 เลขที่ 319 ถ.พญาไท
เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ โทร. 0-22090–1100 ต่อ 1016

กรณีเพื่อธุรกิจ/สำนักงานปฏิบัติการภูมิภาค ( ปีแรก/ปีถัดไป )

เอกสารประกอบที่ต้องใช้

  1. แบบฟอร์ม ตม.7 พร้อมรูปถ่ายขนาด 4 x 6 ซม. จำนวน 1 รูป (ผู้ขอ,ผู้ติดตามตามลำดับ (ถ้ามี) )
  2. แบบฟอร์ม ตม.8 พร้อมรูปถ่ายขนาด 4 x 6 ซม. จำนวน 1 รูป (ผู้ขอ,ผู้ติดตามตามลำดับ (ถ้ามี) )
  3. สำเนาหนังสือเดินทางของผู้ยื่นขออยู่ต่อ
  4. สำเนาใบอนุญาตทำงาน
  5. บัญชีรายชื่อคนต่างด้าวทุกคนในบริษัท
  6. แผนภูมิแสดงตำแหน่งงาน
  7. หนังสือรับรองคนต่างด้าวเข้าทำงานตามแบบคำขอของสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง(สตม.1)/หนังสือชี้แจงต่าง ๆ/ประกาศรับสมัครพนักงานคนไทย
  8. สำเนางบดุล และงบกำไรขาดทุน ปีล่าสุด (พร้อมฉบับจริง)
  9. สำเนาแบบยื่นรายการภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย (ภ.ง.ด.1) ที่มีชื่อพนักงานคนไทย และชื่อคนต่างด้าวผู้ยื่นคำขอและสำเนาใบเสร็จรับเงินเดือนล่าสุด พร้อมแสดงใบเสร็จรับเงินฉบับจริง
  10. สำเนาแบบแสดงรายการภาษีเงินได้ส่วนบุคคลธรรมดาของคนต่างด้าวผู้ยื่นคำขอ (ภ.ง.ด.91) และสำเนาใบเสร็จรับเงิน  พร้อมแสดงใบเสร็จรับเงินฉบับจริง
  11. สำเนาแบบรายการแสดงการส่งเสริมเงินสบทบตามที่ได้ยื่นไว้ต่อสำนักงานประกันสังคม ( สปส.1-10 ) และสำเนาใบเสร็จรับเงิน เดือนล่าสุด พร้อมแสดงใบเสร็จรับเงินฉบับจริง
  12. หลักฐานการจดทะเบียนขององค์กรนั้น เช่น หนังสือรับรองการจดทะเบียนบริษัท (ฉบับจริง) หรือ การจดทะเบียนห้างหุ้นส่วนฉบับนายทะเบียน (ฉบับจริง) รับรองไม่เกิน 6 เดือน
  13. บัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้นฉบับนายทะเบียนรับรองไม่เกิน 6 เดือน (บอจ.5) (ฉบับจริง)
  14. กรณีมีครอบครัวติดตามมาอยู่ด้วย ให้แสดงหลักฐานความเป็นครอบครัว เช่น ใบทะเบียนสมรส ใบสูติบัตร หรือหนังสือรับรองจากสถานทูต (ฉบับจริง)
  15. แผนที่แสดงสถานที่ทำงานของผู้ยื่นคำขอ
  16. รูปถ่ายของบริษัทฯ ภายในบริษัทฯ ในรูปถ่ายต้องมีพนักงานนั่งปฏิบัติงาน จำนวน 4 รูป และภายนอกบริษัทฯ ต้องมีป้ายชื่อบริษัทฯ และสถานที่ตั้ง ของบริษัทฯ จำนวน 2 รูป
  17. เอกสารหรือหลักฐานอื่น ตามที่คณะกรรมการติดตามการปฏิบัติราชการของพนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง ของ สตม.กำหนด (แบบ สตม.2)

หมายเหตุ

ติดต่อที กองกำกับการ 3 กองบังคับการตรวจคนเข้าเมือง 1
อาคารจัตุรัสจามจุรี ชั้น 18 เลขที่ 319 ถ.พญาไท
เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ โทร. 0-22090–1100 ต่อ 1016

1. คนต่างด้าวผู้ได้รับสิทธิหลัก รหัสกำกับ LTR Visa

1.1  LTR  “W”
1.2  LTR  “P”
1.3  LTR  “T”
1.4  LTR  “H”

รายการเอกสารประกอบที่ต้องใช้

  1. หนังสือเดินทางหรือเอกสารใช้แทนหนังสือเดินทางของผู้ยื่นคำขอ พร้อมสำเนา
  2. หนังสือรับรองคุณสมบัติจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน โดยหนังสือรับรองจะต้องมีอายุไม่เกิน 60 วัน นับจากวันที่ออกหนังสือรับรอง
  3. แบบรับทราบหลักเกณฑ์และเงื่อนไขการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรชั่วคราวเป็นกรณีพิเศษ ประเภทผู้พำนักระยะยาว (LTR Visa) (สตม. 8)

 


2. คนต่างด้าวผู้ได้รับสิทธิติดตาม LTR Visa รหัสกำกับ LTR “O”

รายการเอกสารประกอบที่ต้องใช้

  1. หนังสือเดินทางหรือเอกสารใช้แทนหนังสือเดินทางของผู้ยื่นคำขอ พร้อมสำเนา
  2. หนังสือเดินทางหรือเอกสารใช้แทนหนังสือเดินทางของผู้ได้รับสิทธิ์หลักที่ได้รับอนุญาต ให้ขยายระยะเวลาการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรแล้ว พร้อมสำเนา
  3. สำเนาหลักฐานแสดงความสัมพันธ์ เช่น หลักฐานการสมรส หลักฐานสำเนาสูติบัตรการจดทะเบียนรับรองบุตร สำเนาทะเบียนบ้าน หรือหลักฐานการรับรองบุตรบุญธรรม หรือหลักฐานอื่นจากส่วนราชการ หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
  4. หนังสือรับรองคุณสมบัติจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน โดยหนังสือรับรองจะต้องมีอายุไม่เกิน 60 วันนับจากวันที่ออกหนังสือรับรอง
  5. แบบรับทราบหลักเกณฑ์และเงื่อนไขการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรชั่วคราวเป็นกรณีพิเศษ ประเภทผู้พำนักระยะยาว (LTR Visa) (สตม. 8)